คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ , ๓๕๓ และให้จำเลยคืนเงิน จำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยได้นำเงินจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙ ต่อมาวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิโรจน์บริการลพบุรี โดยนางลัดดา เพ็งสุข ผู้เสียหายขอรับเงินจำนวนดังกล่าวจากศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้เสียหายขอคืนเงินที่จำเลยยักยอกไปจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ถือเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาลเกินกำหนด ๕ ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีสิทธิขอรับเงินจำนวนเงินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕) ให้ยกคำร้อง ผู้เสียหายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ผู้เสียหายฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งนำมาใช้ในคดีนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้นำเงิน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙ ผู้เสียหายต้องมารับไปภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางมิใช่นับจากวันที่ผู้เสียหายทราบถึงการวางเงิน การที่ผู้เสียหายขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ซึ่งเกิน ๕ ปี เงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ข้างต้น ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้เสียหายฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.