Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นข้าราชการตำแหน่งสหกรณ์อำเภอ สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตร ส. จำกัด แต่งตั้งจำเลยเป็นกรรมการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบเพื่อรับบรรจุพนักงาน เมื่อสหกรณ์ดังกล่าวเป็นนิติบุคคลต่างหากไม่ใช่หน่วยงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบโดยตรง ทั้งมติคณะกรรมการสหกรณ์ดังกล่าวก็ไม่มีระเบียบของทางราชการว่าให้ทำได้และจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม และการเป็นกรรมการสอบก็ไม่ใช่งานในหน้าที่รับผิดชอบของจำเลย การเป็นกรรมการของจำเลยจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับทรัพย์สินโดยมิชอบหรือกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 5,13จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำคุก 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าขณะเกิดเหตุจำเลยรับราชการในตำแหน่งสหกรณ์อำเภอที่สำนักงานสหกรณ์อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท สังกัดกรมส่งเสริมสหกรณ์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการส่งเสริมแนะนำการดำเนินธุรกิจ การบริหารงานของสหกรณ์ ตลอดจนช่วยดำเนินการปรับปรุงงานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

ภายใต้ธุรกิจและการจัดการแบบสหกรณ์ตามที่อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้วางระเบียบว่าด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบของสำนักงานสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานสหกรณ์อำเภอไว้ตามเอกสารหมาย จ.12 สหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด ได้จดทะเบียนเป็นสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2513 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2530คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด ได้ประชุมกันมีมติให้เปิดรับสมัครพนักงานบัญชีเพื่อบรรจุเข้าทำงานในสหกรณ์ 1 ตำแหน่งและมีมติแต่งตั้งให้สหกรณ์อำเภอซึ่งมีจำเลยดำรงตำแหน่งอยู่ผู้จัดการสหกรณ์อันได้แก่นายสุทิน พรหมแจ้ง หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีจากสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ นายประชุม ข้องรอดกรรมการสหกรณ์ซึ่งถูกลงโทษไปตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1229/2531ตามคำฟ้องและนายจรัญ

บุญช่วย กรรมการสหกรณ์รวม 5 คน ร่วมกันเป็นกรรมการออกข้อสอบและตรวจข้อสอบตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.7 คณะกรรมการสหกรณ์ได้จัดให้มีการสอบและประกาศผลสอบเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2530 โดยมีนางสาวอำนวย หมอนชูสอบได้ที่ 1 ในตอนบ่ายของวันเดียวกัน คณะกรรมการสหกรณ์ ได้มีการประชุมและลงมติว่าการสอบคัดเลือกเป็นโมฆะ และประกาศยกเลิกการสอบในวันรุ่งขึ้น ต่อมานางสาวอำนวยพร้อมด้วยบิดามารดาได้ไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า จำเลยได้เรียกเอาเงินไป 40,000 บาท เพื่อจะช่วยเหลือให้นางสาวอำนวยสอบได้และได้รับการบรรจุแต่งตั้ง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่า

คดีพอวินิจฉัยได้แล้วว่า จำเลยได้กระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ โดยไม่จำต้องวินิจฉัยก่อนว่าจำเลยได้เรียกรับเอาเงินจากนางสาวอำนวยจริงหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัดสหกรณ์การเกษตรสรรพยา จำกัด เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากไม่ใช่หน่วยงานในกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบโดยตรงและมติของคณะกรรมการสหกรณ์ดังกล่าวก็ไม่มีระเบียบของทางราชการว่าให้ทำได้และจำเลยจะต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้การเป็นกรรมการสอบก็ไม่ใช่กรณีที่จำเลยจะต้องส่งเสริมแนะนำการดำเนินธุรกิจการบริหารงานของสหกรณ์ตลอดจนช่วยดำเนินการปรับปรุงงานดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ภายใต้ธุรกิจและการจัดการแบบสหกรณ์ตามที่ระเบียบได้วางไว้ ดังนั้นการเป็นกรรมการสอบของจำเลยจึงไม่ใช่เจ้าพนักงานกระทำการในตำแหน่งของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเมธ อุปนิสากร · วิทวัส อยู่วัฒนา · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้