Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5137/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อกล่าวหาของโจทก์ในคดีนี้กับคดีอาญาเรื่องก่อนของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีมูลมาจากเหตุหรือการกระทำอันเดียวกันและศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ซึ่งถือว่าได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นแห่งคดีแล้ว และโจทก์มิได้อุทธรณ์ จึงถือว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นคดีนี้จึงเป็นอันระงับไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์พจนานุกรมอังกฤษ - ไทย (ฉบับห้องสมุด) โดยเริ่มรวบรวมตั้งแต่ปี 2516 และพิมพ์เผยแพร่และจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดยทำเป็นรูปเล่มของหนังสือเมื่อประมาณปี 2525 โดยบริษัทรวมสาส์น (1997) จำกัด และพจนานุกรมอังกฤษ - ไทย ฉบับอื่นๆ อีกหลายฉบับ ต่อมาประมาณปี 2542 โจทก์อนุญาตให้บริษัทโอเพ่นเทค จำกัด นำคำศัพท์ที่รวบรวมเอาไว้ในพจนานุกรมอังกฤษ - ไทย (ฉบับห้องสมุด) ไปดัดแปลงเพื่อทำเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วใช้ชื่อสินค้าว่า "ด๊อกเตอร์วิท 8000" จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 และมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 หรือที่ 6 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน

เมื่อประมาณต้นปี 2536 เวลากลางวันและเวลากลางคืนต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบันจำเลยที่ 1 ด้วยความรู้เห็นและสั่งการของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6 ได้นำเอาคำศัพท์ที่ได้รับการสร้างสรรค์ของโจทก์ด้วยการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ด้วยสำนวนและแนวความคิดของโจทก์ที่มีลักษณะเฉพาะจำนวนประมาณ 4,000 คำเป็นอย่างน้อย ไปแปลงสภาพจากข้อมูลอันเป็นตัวหนังสือที่จัดพิมพ์ในชื่อพจนานุกรมอังกฤษ - ไทย (ฉบับห้องสมุด) ไปเป็นข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และบันทึกลงในอุปกรณ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นสินค้าประเภทพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นสินค้าที่จำหน่ายในชื่อของจำเลยที่ 1 โดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในคำศัพท์ทั้งหมดในสินค้าของจำเลยที่ 1 ด้วยวิธีการทำซ้ำและดัดแปลงข้อมูลคำแปลคำศัพท์ที่สำคัญของโจทก์ในสาระสำคัญ

จำนวนประมาณไม่ต่ำกว่า 4,000 คำ จำเลยที่ 1 เริ่มจำหน่ายสินค้าพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ต่อสาธารณชนหลายรุ่น เพื่อประโยชน์ในทางการค้าของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ปราะมาณปลายเดือนเมษายน 2545 โจทก์ได้รับทราบการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 จึงได้ตรวจสอบจนพบการกระทำผิดต่อมาประมาณปลายเดือนมิถุนายน 2545 โจทก์แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยทั้งหมด แต่พนักงานอัยการมีความเห็นในทางตรงกันข้ามและอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าจำเลยไม่มีเจตนาในการกระทำความผิด ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง, 70 วรรคสอง, มาตรา 74 ประกอบมาตรา 27, มาตรา 31, 15, 8, 4 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้สินค้าของจำเลยที่ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้ค่าปรับจำนวนกึ่งหนึ่งตกเป็นของโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพราะการกระทำของจำเลยทั้งหกในคดีนี้เป็นการกระทำความผิดคนละวันเวลาแยกต่างหากจากการกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาคำฟ้องคดีนี้กับคำฟ้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางแล้วมีสาระสำคัญเหมือนกัน กล่าวคือ โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์โดยนำเอาคำแปลคำศัพท์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยของโจทก์จำนวนไม่น้อยกว่า 4,000 คำไปทำซ้ำ

ดัดแปลงจากรูปแบบเอกสารเป็นข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน และยังได้บรรยายฟ้องข้อ 4 และข้อ 5 ว่า ได้เคยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งหกในคดีนี้มาก่อนแล้วและพนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้องจำเลยทั้งหก แต่พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยทั้งหกเหมือนกัน แม้ว่าคดีนี้โจทก์จะได้บรรยายวันเวลากระทำผิดในฟ้องข้อ 2 ว่า "เมื่อประมาณต้นปี 2536 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันจนถึงปัจจุบัน..." เพิ่มเติมจากคำฟ้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งไม่ได้ระบุวันเวลากระทำความผิดก็ตาม ก็ยังไม่อาจฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยทั้งหกในคดีนี้เป็นการกระทำความผิดคนละวันเวลาต่างหากจากการกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่

อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ประกอบกับปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 21 กันยายน 2548 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้บันทึกไว้ว่า คู่ความร่วมกันแถลงว่า เนื้อหาในการฟ้องร้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกันและขอนำคำให้การพยานโจทก์ 2 ปาก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ คดีจึงฟังได้ว่า โจทก์ยังคงนำการกระทำที่อ้างว่าเป็นความผิดของจำเลยทั้งหกในคดีเดิมมาฟ้องใหม่เป็นคดีนี้ ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า

ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้นำสืบวัตถุพยาน ว.จ.1 ถึง ว.จ.3 ว่าเป็นการละเมิดคนละวันเวลากับการกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ก็เป็นเพียงการนำสืบพยานวัตถุที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้งหกได้กระทำความผิดตามฟ้อง มิอาจรับฟังได้ว่าการกระทำความผิดในคดีนี้เป็นการกระทำคนละวันเวลากับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เมื่อคดีฟังได้ว่า ข้อกล่าวหาของโจทก์ในคดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีมูลมาจากเหตุหรือการกระทำอันเดียวกันและคดีอาญาหมายเลขแดงที่

อ.1142/2547 ดังกล่าว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้พิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ซึ่งถือว่าได้วินิจฉัยเนื้อหาข้อเท็จจริงอันเป็นประเด็นแห่งคดีแล้ว และโจทก์มิได้อุทธรณ์ จึงถือว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 แล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเป็นคดีนี้จึงเป็นอันระงับไปตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4)

ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1142/2547 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2661/2559

แม้เจ้าของลิขสิทธิ์ในคดีนี้กับในคดีหมายเลขแดงที่ อ.4061/2557 ดังกล่าวไม่ได้เป็นบุคคลเดียวกัน และงานอันมีลิขสิทธิ์เป็นคนละชิ้นกัน แต่การกระทำของจำเลยคือ การเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยจำเลยรู้อยู่แล้วหรือมีเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5994/2558

จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายโดยการเผยแพร่ต่อสาธารณชนเพื่อหากำไรซึ่งงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายมาก่อนแล้ว เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 31 (2) แต่โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9599/2558

ฟ้องโจทก์บรรยายให้เห็นการละเมิดลิขสิทธิ์โดยจำเลยนำเอาของเพลงของผู้เสียหายซึ่งมีผู้ทำซ้ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายไปทำซ้ำโดยบันทึกลงในหน่วยความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บรรจุโปรแกรมคาราโอเกะที่เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9598/2558

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (2) ซึ่งโจทก์อุทธรณ์รับว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยในข้อหาเดียวกัน มีวันกระทำความผิดและสถานที่เกิดเหต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3129/2555

แม้ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้