Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เอาโฉนดที่ดินที่เขามอบให้ไว้เป็นประกันหนี้ไปโอนขายย่อมถือได้ว่า ทุจริตเบียดบังเอาทรัพย์ที่เขามอบหมายไว้ไปผิดความประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของ เป็นความผิดฐานยักยอกตาม มาตรา 314 จำเลยแสดงตนว่า เป็นผู้รับมอบอำนาจให้ทำการโอนที่ดินของผู้อื่นและแจ้งแก่เจ้าพนักงานที่ดินว่า การมอบอำนาจนั้นเป็นจริงซึ่งความจริงเจ้าของที่ดินมิได้มอบอำนาจให้โอนแต่ประการใด ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2495 นางแฉล้มบุนนาค (คุณหญิงทรงสุรัชฎ์) ได้กู้เงินจากจำเลยที่ 1 ไป 15,000 บาทมอบโฉนดเลขที่ 3579 สำหรับที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 56 ตารางวาอยู่ตำบลยานนาวา อำเภอยานนาวา จังหวัดพระนคร ราคา 500,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 1 เก็บรักษาไว้เพื่อเป็นประกันเงินกู้รายนี้ครั้นวันเวลาใดไม่ปรากฏ ในระหว่างวันที่ 15 ถึง 24 กรกฎาคม 2495 จำเลยทั้งสามได้สมคบกันปลอมหรือใช้ให้ผู้อื่นปลอมหนังสือมอบอำนาจขึ้น 1 ฉบับ มีใจความว่า นางแฉล้ม บุนนาค มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3ทำการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโแนดที่ 3579 แทนนางแฉล้มบุนนาค และปลอมลายมือชื่อนางแฉล้ม บุนนาค ลงในหนังสือมอบอำนาจในช่องผู้มอบอำนาจ โดยจำเลยทั้งสามเจตนาจะใช้เป็นหนังสืออันแท้จริงและในวันที่ 24 กรกฎาคม 2495 เวลากลางวัน

จำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันนำหนังสือมอบอำนาจปลอมดังกล่าวไปใช้อย่างหนังสือแท้จริงโดยแสดงแก่หม่อมหลวงประพาส มนตรีกุล เจ้าพนักงานที่ดิน และนายภักดิ์ โตสง่า เจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครและธนบุรี ผู้มีหน้าที่สอบสวนรับเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อขอให้เจ้าพนักงานโอนขายที่ดินตามโฉนดที่ 3579 ของนางแฉล้ม บุนนาค ให้แก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 แสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจทำการขายแทนตามหนังสือปลอมนั้น ทั้งนี้อาจเกิดความเสียหายแก่นางแฉล้ม บุนนาคและสาธารณชนหรือผู้อื่นได้ และในวันเวลาเดียวกันกับที่จำเลยสมคบกันนำหนังสือมอบอำนาจปลอมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสามได้บังอาจสมคบกันยักยอกโฉนดที่ดินที่ 3579 ของนางแฉล้ม

บุนนาค ซึ่งมอบหมายให้จำเลยที่ 1 เก็บรักษาไว้เป็นประกันเงินกู้ดังกล่าวข้างต้นไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดนั้นให้แก่จำเลยที่ 2โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจปลอมนั้น จนเจ้าพนักงานที่ดินได้จัดการโอนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 3579 ของนางแฉล้ม บุนนาค ซึ่งมีราคา 500,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ต่อไปตามความประสงค์ของจำเลยทั้งสามเหตุเกิดที่ตำบลลุมพินี อำเภอปทุมวัน ตำบลพระยาไกร อำเภอยานนาวาและตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร และในวันเวลาเดียวกันกับที่จำเลยใช้หนังสือมอบอำนาจปลอมแก่เจ้าพนักงานที่ดินนั้น จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต่างได้นำเอาข้อความเท็จซึ่งจำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่า เป็นเท็จไปให้ถ้อยคำในการสอบสวนตามระเบียบของเจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินแก่นายภักดิ์

โตสง่า และหม่อมหลวงประพาส มนตรีกุล เจ้าพนักงานทะเบียนที่ดินจังหวัดพระนครและธนบุรี ให้จดข้อความเท็จลงในบันทึกหลังหนังสือมอบอำนาจอันสามารถจะใช้เป็นพยานได้ กล่าวคือจำเลยทั้งสามให้ถ้อยคำเท็จว่าได้รับมอบอำนาจจากนางแฉล้ม บุนนาค ซึ่งประสงค์จะขายที่ดินแปลงนี้จริง และลายเซ็นในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายเซ็นอันแท้จริงของนางแฉล้ม บุนนาค และจำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำเท็จว่าถ้อยคำของจำเลยที่ 3 ดังกล่าว เป็นความจริงทุกประการ และจำเลยที่ 2ได้ติดต่อกับนางแฉล้ม บุนนาค เจ้าของที่ดินแปลงนี้ด้วยตนเองซึ่งความจริงนางแฉล้ม บุนนาค มิได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 และมิได้มีความประสงค์จะขายที่ดินกับมิได้ลงชื่อในหนังสือมอบอำนาจ

หากแต่เป็นหนังสือปลอมทั้งจำเลยทั้งสองมิได้เคยพบติดต่อกับนางแฉล้ม บุนนาคเลยทั้งนี้อาจเกิดความเสียหายแก่นางแฉล้ม บุนนาค และสาธารณชนหรือผู้อื่นได้ เหตุเกิดที่ตำบลพระบรมมหาราชวัง อำเภอพระนครจังหวัดพระนครวันที่ 25 สิงหาคม 2495 นางแฉล้ม บุนนาคเจ้าทรัพย์ผู้เสียหายได้ทราบการกระทำผิดของจำเลย จึงได้ร้องทุกข์ขอให้เจ้าพนักงานจัดการสอบสวนดำเนินคดีฟ้องร้องจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นคนคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาเลขดำที่ 27/2497 ของศาลอาญาต้องหาว่าฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 222, 223, 227, 314, 118, 226 และขอให้นับโทษจำเลยที่ 1-2 ต่อกับโทษในคดีอาญาเลขดำที่ 27/2497 ของศาลอาญา กับบังคับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 500,000 บาทแก่นางแฉล้ม

บุนนาค เจ้าทรัพย์ด้วยจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ และว่าผู้เสียหายจะขายที่ดินโฉนดที่ 3579 และสิ่งปลูกสร้างในที่ดินนี้ มีนายหน้ามาบอกจำเลยที่ 1-2 จำเลยที่ 1ประสงค์จะซื้อเพื่อค้ากำไร ดูที่ดินกันแล้วผู้เสียหายขาย 200,000 บาทจำเลยที่ 1-2 ต่อ 120,000 บาท ไม่ตกลงกัน ผู้เสียหายขอกู้เงินจำเลยที่ 1 สองหมื่นบาท จะมอบโฉนดไว้เป็นประกัน จำเลยที่ 1 ให้กู้เงิน 15,000 บาท แล้วยึดโฉนดไว้ต่อมาจำเลยที่ 1-2 นำไปมอบให้อีก 50,000 บาท จำเลยที่ 1ตรวจสอบโฉนดที่เกษตรดูเห็นถูกต้องติดใจจะซื้อ นายหน้ามาเตือนจำเลยที่ 1-2อีก จึงไปต่อรองราคากับผู้เสียหาย ตกลงขายกันในราคา 150,000 บาท ผู้เสียหายมอบหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินนี้จากผู้ขายเดิม

เมื่อ พ.ศ. 2475 ราคา6,000 บาท ให้จำเลยที่ 1เพื่อให้ผู้ที่รับซื้อต่อจากจำเลยที่ 1 เทียบดูราคาเดิม จำเลยที่ 1 วิ่งเต้นหาเงินมาได้ 50,000 บาท จึงพร้อมกับพรรคพวกนำไปมอบให้กับผู้เสียหาย เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2495 จึงรวมเป็นเงิน 70,000 บาท ส่วนอีก 80,000 บาท ตกลงกันไปรับที่เกษตรโดยจำเลยจะได้จากนายทุนอีกคนหนึ่งในวันรุ่งขึ้น รุ่งขึ้นผู้เสียหายไม่ไปทำการโอนและรับเงินเอง ได้ลงลายมือในใบมอบอำนาจต่อหน้าจำเลยที่ 1-2-3 กับพวกมอบให้จำเลยที่ 1 รับไปจัดการและให้นายอำพรคนของผู้เสียหายไปรับเงินแทนในวันรุ่งขึ้นนั้น คือวันที่ 24 กรกฎาคม 2495 จำเลยที่ 1-2-3 กับพวก และนายอำพรก็ไปทำการโอนที่เกษตรทำกับพนักงานเจ้าหน้าที่โอนกันเป็นที่เรียบร้อย

นายอำพรรับเงิน 80,000 บาทไปในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรายนี้ จำเลยที่ 1 เป็นคนออกเงินจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับมอบอำนาจแทนผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการโอนหากำไรในที่ดินรายนี้ต่อไปภายหน้า เพราะจำเลยที่ 2 เป็นคนกว้างขวางในวงการค้าขายดีกว่าจำเลยที่ 1 การโอนกรรมสิทธิ์รายนี้เป็นไปโดยสุจริต คดีนี้เดิมพนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ เพื่อขอให้ฟ้องฐานปลอมหนังสือและฉ้อโกงยังศาลอาญา อัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่เหตุใดโจทก์จึงมาฟ้องยังศาลแขวง ซึ่งไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาความผิดฐานปลอมหนังสือข้อหาฐานยักยอกซึ่งตั้งขึ้นใหม่ก็หาได้ทำการสอบสวนจำเลยทั้งสามไม่ ทั้งข้อหาฐานยักยอกตามฟ้องของโจทก์ก็ไม่เข้าเกณฑ์ความผิด เพราะโฉนดไม่ใช่ทรัพย์ โจทก์ไม่ได้ตีราคามา จำเลยทั้งสามจึงขอตัดฟ้องของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ผู้เสียหายได้ร่วมกับสามีฟ้องจำเลยที่ 2 ทางแพ่งคดีดำที่ 1344/2495 เพื่อบอกล้างนิติกรรมสามีผู้เสียหายได้บรรยายฟ้องแพ่งเป็นทำนองว่า ผู้เสียหายได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ในคดีนี้โอนขายที่ดินรายนี้จริง เมื่อไม่ได้รับอนุญาตจากสามี ก็มีสิทธิบอกล้างได้ เวลานี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณา การที่มีการฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาขึ้นก็เพราะจะบีบบังคับจำเลยให้คืนกรรมสิทธิ์ที่ดินศาลแขวงพระนครใต้พิจารณาแล้ว เชื่อว่า ผู้เสียหายไม่ได้ตกลงขาย และไม่ได้มอบอำนาจให้ใตรขายที่พิพาทให้จำเลยเลย ข้อหาฐานปลอมใบมอบอำนาจหรือใช้ใบมอบอำนาจปลอมนั้น หลักฐานโจทก์ยังไม่พอที่จะพิสูจน์ได้ว่า ลายเซ็นผู้เสียหายในใบมอบอำนาจนั้นปลอม ส่วนข้อหาว่าจำเลยยักยอกโฉนดนั้น

เห็นว่าการมอบโฉนดให้ยึดถือไว้เฉย ๆ หาเป็นการมอบให้เกิดสิทธิแก่ตัวทรัพย์ตามโฉนดนั้นขึ้นไม่ และการที่จำเลยกลับนำที่ดินไปขายภายหลังนี้ผลเกิดแก่ตัวทรัพย์นั้นเองต่างหาก ไม่ได้เกิดแก่กระดาษโฉนดเจตนาไม่เกี่ยวแก่กระดาษโฉนดเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยยักยอกโฉนดนั้น และข้อหาฐานนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน ให้เจ้าพนักงานจดลงไว้นั้น ฟังว่าจำเลยที่ 2 รู้ว่าความที่แจ้งนั้นเป็นเท็จ ส่วนจำเลยที่ 3 อาจไม่รู้ถึงเหตุที่เป็นเท็จ จะเอาผิดแก่จำเลยที่ 3 ยังไม่ได้ จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ผู้เดียวมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118, 226 ให้จำคุก 6 เดือนข้อหาอื่นให้ยก สำหรับจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า

นางทิพวรรณจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ให้จำคุก 1 ปี นายหลุย จำเลยที่ 2 มีผิด 2 กระทงตามมาตรา 314, 63 กระทงหนึ่ง ให้จำคุก 1 ปีผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 กระทงหนึ่ง ให้จำคุก 3 เดือน รวมเป็นโทษ 1 ปี 3 เดือนนางอภิญญา จำเลยที่ 3 มีผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 ให้จำคุก3 เดือน แต่ให้รอการลงโทษจำเลยที่ 3 ไว้ภายในกำหนด 3 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 41จำเลยที่ 1, 3 ฎีกา แต่นายหลุย จำเลยที่ 2 ยังไม่ได้ตัวมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ทางพิจารณาได้ความตามคำพยานโจทก์ว่าเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2495 นางแฉล้ม บุนนาค ผู้เสียหายเป็นภริยาพระยาทรงสุรัชฎ์ กู้เงินจำเลยที่ 1 จำนวน 15,000 บาท

เซ็นสัญญากู้ให้จำเลยไว้ และมอบโฉนดที่ 3579 เป็นประกันด้วยต่อมาวันที่ 20 เดือนเดียวกัน จำเลยที่ 1 เอาแบบสัญญากู้ ไม่มีข้อความมาให้ผู้เสียหายเซ็นใหม่ อ้างว่าฉบับก่อนเซ็นไม่ถูกต้องเพราะไม่มีจุดท้ายดังเช่นในโฉนด ผู้เสียหายก็เซ็นให้ไป แล้วจำเลยที่ 1ฉีกสัญญากู้ฉบับแรก ต่อมาผู้เสียหายต้องการเงินอีก 7,000 บาท จำเลยก็นำมาให้อีก 3,000 บาท แล้วให้ผู้เสียหายเซ็นชื่อในแบบสัญญากู้อีกฉบับหนึ่งโดยมิได้กรอกข้อความผู้เสียหายก็เซ็นให้ไปครั้นวันที่ 19 สิงหาคม 2495 นางสัมฤทธิ์สุขุมวาทย์ไปดูที่บ้านผู้เสียหายเพราะจำเลยที่ 1-2 บอกฝากขาย ไปพบพระยาทรงฯ บอกว่าที่นี้ขายไปแล้วพระยาทรงฯ ไม่ทราบเรื่อง จึงถามภริยาเมื่อทราบความจึงไปดูที่หอทะเบียน

ปรากฏว่าได้มีการโอนโฉนดขายแก่จำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2495 โดยจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับมอบอำนาจทำการโอนแทนผู้เสียหาย จึงได้แจ้งเรื่องต่อตำรวจฝ่ายจำเลยคงสืบพยานว่า ชั้นแรกมีนางอรุณมาบอกขายที่พิพาท 200,000 บาท จำเลยต่อ 120,000 บาท ไม่ตกลง ผู้เสียหายเลยขอกู้เงินจำเลย 20,000 บาท ทำสัญญากู้ให้ไว้ แต่เมื่อไปตรวจดูที่หอทะเบียน ลายเซ็นผู้เสียหายไม่มีจุด จึงให้ผู้เสียหายทำสัญญาให้ใหม่ฉีกฉบับเก่า ต่อมาจำเลยที่ 1 ตกลงราคาซื้อขายที่พิพาทกับผู้เสียหาย 150,000 บาท แล้วนำเงินไปให้ก่อน50,000 บาท โดยให้ผู้เสียหายเซ็นชื่อให้ไว้ในสัญญากู้มิได้กรอกข้อความครั้นวันโอน ผู้เสียหายมอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้โอนแทนและให้นายอำพรเป็นผู้รับเงินที่ยังขาดอีก 80,000 บาท ข้อเท็จจริงที่ต่างนำมาสืบมานี้

พิจารณาเห็นว่า เป็นเรื่องกู้เงินแล้วมอบโฉนดพิพาทให้จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้ยึดไว้เป็นประกันเท่านั้น มิใช่เป็นการขายที่พิพาทให้จำเลยตามข้อต่อสู้ดังที่ศาลล่างทั้งสองได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เหตุผลไว้อย่างละเอียดแล้วกล่าวโดยเฉพาะจำเลยซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ซื้อก็ยังชี้เขตที่ไม่ถูกว่ามีแค่ไหน เป็นเรื่องที่เห็นได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อกระบัดสินส่วนเหตุที่ใบมอบอำนาจโอนขายมีลายเซ็นผู้เสียหาย และศาลล่างวินิจฉัยว่า ไม่พอฟังว่าจำเลยได้ทำปลอมขึ้นนั้น ไม่เป็นเหตุพอให้ถือว่า ผู้เสียหายเซ็นชื่อในใบมอบอำนาจด้วยความยินยอมขายที่แก่จำเลย เพราะเป็นข้อเท็จจริงในเรื่องลายเซ็นซึ่งศาลฟังไม่แน่ว่าเป็นลายเซ็นใคร และคดีปรากฏว่า จำเลยได้ขอให้ผู้เสียหายเซ็นชื่อในกระดาษที่มิได้กรอกข้อความหลายครั้งผู้เสียหายก็เซ็นให้ไป

ใบมอบอำนาจที่ว่ามิได้ปลอมลายเซ็นอาจเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ก็ได้คดีมีข้อวินิจฉัยต่อไปว่า การที่จำเลยนำโฉนดซึ่งผู้เสียหายมอบให้ไว้แก่จำเลยที่ 1 เป็นประกันหนี้ แล้วไปทำสัญญาโอนขายแก่จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 แสดงว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจทำการโอนเช่นนี้จะปรับเข้ากฎหมายบทใด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้เสียหายมิได้ขายที่พิพาทดังจำเลยต่อสู้แล้ว ก็เป็นอันถือได้ว่าจำเลยทั้งสามสมคบกันกระทำการทุจริตเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ขึ้น การที่เขามอบโฉนดให้ไว้เป็นประกันหนี้ แล้วเอาโฉนดไปโอนขายเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยทุจริตเบียดบังทรัพย์ที่เขามอบหมายไว้ไปผิดความประสงค์ของผู้เจ้าของ เป็นผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ดังคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ส่วนในเรื่องแจ้งความเท็จตามมาตรา 118 ซึ่งศาลอุทธรณ์เอาผิดแก่จำเลยที่ 3 นั้น

ก็ได้ความว่า จำเลยที่ 3 แสดงตนว่ารู้เห็นในการที่ผู้เสียหายมอบอำนาจให้ไปทำการโอนต่อหน้าจำเลย แล้วไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานว่าการมอบอำนาจนั้นเป็นจริงเช่นนี้ เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยรู้เรื่องดีอยู่ก่อนแล้ว จำเลยไม่พ้นผิด ดังที่ศาลอุทธรณ์กล่าวไว้เหตุนี้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนเฉพาะคดีของจำเลยที่ 1, 3 ที่ฎีกาขึ้นมา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้