Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5128/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทะเบียนรถยนต์ไม่มีผลทำให้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ซื้อ เพราะผู้มีชื่อในทะเบียนรถยนต์จะเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ต่อเมื่อเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงเท่านั้น แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330จะบัญญัติให้สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลมิเสียไปก็ตามแต่บุคคลดังกล่าวต้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินที่แท้จริงหากบุคคลดังกล่าวเป็นแต่เพียงตัวแทนของบุคคลอื่นในการซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด บุคคลดังกล่าวย่อมไม่ใช่เจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อนั้น เมื่อปรากฏว่ารถยนต์คันพิพาท จำเลยเป็นผู้ซื้อโดยใส่ชื่อผู้ร้องแทนรถยนต์คันพิพาทจึงเป็นของจำเลย มิใช่ของผู้ร้องผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยรถยนต์คันพิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2534ผู้ร้องได้เข้าประมูลซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 86-1828กรุงเทพมหานคร ได้จากการขายทอดตลาดของศาล ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ดังกล่าว ต่อมาโจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดธัญบุรีไปยึดทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นซึ่งโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยที่ 1ขอให้มีคำสั่งถอนการยึดทรัพย์ของผู้ร้อง โดยโจทก์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้นโจทก์คัดค้านว่า รถยนต์ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีศาลจังหวัดธัญบุรียึดเป็นของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ของผู้ร้องจำเลยได้ร่วมกับผู้ร้องเข้าร่วมประมูลซื้อรถยนต์จากการขายทอดตลาดโดยจำเลยเป็นผู้ชำระราคา เมื่อประมูลได้จึงใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แทนจำเลยที่ 1การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเสียเปรียบ

ไม่มีผลทำให้รถยนต์เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ถอนการยึดรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-7775 พระนครศรีอยุธยา คำขออื่นให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องมีชื่อเป็นผู้ประมูลซื้อรถยนต์คันพิพาทจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีและมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์ในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องซื้อรถยนต์คันพิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลจังหวัดธัญบุรีและจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทะเบียนรถยนต์แล้ว รถยนต์คันพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้ร้องได้เงินมาอย่างไร

ชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330จะบัญญัติว่าสิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลมิเสียไป แต่บุคคลดังกล่าวก็ต้องเป็นผู้ซื้อทรัพย์สินที่แท้จริง หากบุคคลดังกล่าวเป็นแต่เพียงตัวแทนของบุคคลอื่นในการซื้อทรัพย์สินจากการทอดตลาดบุคคลดังกล่าวย่อมไม่ใช่เจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อนั้น และการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทะเบียนรถยนต์ก็ไม่มีผลทำให้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ที่ซื้อ เพราะผู้มีชื่อในทะเบียนรถยนต์จะเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ต่อเมื่อเป็นเจ้าของผู้มีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ปัญหาจึงมีว่าผู้ร้องเป็นผู้ซื้อรถยนต์คันพิพาทที่แท้จริงหรือจำเลยที่ 1เป็นผู้ซื้อและใส่ชื่อผู้ร้องแทน

ปัญหาดังกล่าวนี้ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า รถยนต์คันพิพาทจำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อโดยใส่ชื่อผู้ร้องแทน รถยนต์คันพิพาทจึงเป็นของจำเลยที่ 1 มิใช่ของผู้ร้องผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยรถยนต์คันพิพาทพิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ ถาวรวงษ์ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้