Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำขอของโจทก์ที่ว่าหากจำเลยไม่ยอมรื้อสะพานที่จำเลยสร้างบุกรุกเข้าไปในที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่บางส่วนแล้ว ให้โจทก์มีสิทธิรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่ารื้อถอนนั้น เป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 ทวิ ศาลย่อมพิพากษายกคำขอนี้เสีย แต่ก็ชอบที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสะพานไม้ในส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดิน ส.ค.1 หมู่ที่ 4 ตำบลเจ้าเจ็ด อำเภอเสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ของโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์มีสิทธิรื้อถอนได้ โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่ารื้อถอนและค่าเสียหายเป็นเงิน 2,000 บาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อปี 2526 จำเลยได้สร้างสะพานตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.2 สะพานที่พิพาทกว้าง 1.25 เมตร ยาว 9.45 เมตรทอดยาวไปในคลองเจ้าเจ็ด ทางทิศตะวันตกของสะพานดังกล่าวมีบ้านโจทก์ปลูกอยู่ ข้างสะพานด้านขวาเป็นโรงเลี้ยงเป็ดของโจทก์มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยสร้างสะพานบุกรุกเข้ามาในที่ดินของโจทก์หรือไม่... ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยสร้างสะพานบุกรุกเข้าไปในที่ดินที่โจทก์ครอบครองอยู่บางส่วน เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ โจทก์ขอค่าเสียหายและค่ารื้อถอนสะพานไม้รวมเป็นเงิน 2,000 บาท โดยมิได้แยกระบุว่าเป็นค่าเสียหายจำนวนเท่าใด จึงกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน1,000 บาท

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น แต่ตามคำขอของโจทก์ที่ว่าหากจำเลยไม่ยอมรื้อ ให้โจทก์มีสิทธิรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่ารื้อถอนนั้น เป็นการไม่ชอบตามบทบัญญัติมาตรา 296 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ชอบที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนสะพานไม้ส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ตามแผนที่วิวาทออกไปจากที่ดินของโจทก์ และให้ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 1,000 บาท เว้นแต่ตามคำขอที่ว่าหากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์มีสิทธิรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่ารื้อถอนให้ยกเสีย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2563

ที่ตั้งจริงของทรัพย์อยู่ห่างจากที่ตั้งของทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และมีเนื้อที่เพียง 18 ไร่เศษ ทั้งเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้