Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5119/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าเอกสารสัญญานายหน้าขายที่ดินเป็นสัญญาจ้างทำของหรือไม่และไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็ไม่ชอบถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต้องห้ามมิให้ฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่าเอกสารดังกล่าวต้องปิดอากรแสตมป์อีกหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินอันเป็นมรดกของนายปลื้ม ทองนวน ที่จำเลยเป็นผู้จัดการมรดก 1 แปลงและของจำเลยเอง 1 แปลงให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคในราคาไร่ละ25,000 บาท หากโจทก์ขายได้เกินกว่า 25,000 บาท จำเลยตกลงให้ราคาส่วนเกินแก่โจทก์ จากการจัดการชี้ช่องของโจทก์การประปาส่วนภูมิภาคตกลงซื้อที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงในราคาไร่ละ28,000 บาท การประปาส่วนภูมิภาคชำระราคาค่าที่ดินให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้วเป็นเงิน 611,730 บาท เงินจำนวนดังกล่าวต้องจ่ายค่าบำเหน็จนายหน้าให้แก่โจทก์เป็นเงิน 65,542 บาท แต่จำเลยไม่ชำระ คิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 818 บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน66,360 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน65,542 บาท

นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้จัดการมรดกของนายปลื้มไม่เคยแต่งตั้งให้โจทก์เป็นนายหน้าขายที่ดินการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยกับการประปาส่วนภูมิภาคไม่ได้เกิดจากการจัดการชี้ช่องของโจทก์ หนังสือสัญญานายหน้าขายที่ดินเป็นเอกสารปลอม จำเลยและชาวบ้านที่ขายที่ดินเจรจาตกลงราคาซื้อขายกันโดยตรงกับการประปาส่วนภูมิภาค โดยโจทก์มิได้มีส่วนในการเจรจากำหนดราคาซื้อและขายแต่อย่างใด จำเลยเสนอขายในราคาไร่ละ28,000 บาท ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคตกลงที่จะซื้อในราคาดังกล่าวขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายปลื้ม ทองนวนและฐานะส่วนตัวชำระเงินจำนวน 65,542 บาท(หกหมื่นห้าพันห้าร้อยสี่สิบสองบาท)

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันจดทะเบียนโอน (วันที่ 6 และ 27 สิงหาคม 2534)เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 30,150 บาท นับแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2534ของต้นเงินจำนวน 35,392 บาท นับแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยทั้ง 2 จำนวน รวมกันคิดถึงวันฟ้องจะต้องไม่เกิน 818 บาท ตามที่โจทก์ขอมา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าสัญญานายหน้าขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.3 มีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของของประเภทหนึ่ง

เมื่อไม่ปิดแสตมป์ตามบัญชีอากรแสตมป์แห่งประมวลรัษฎากร จึงใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาพิพากษาโดยเชื่อฟังสัญญานายหน้าตามเอกสารหมาย จ.3 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ปัญหาตามฎีกาดังกล่าวจะต้องวินิจฉัยก่อนว่า สัญญานายหน้าขายที่ดินตามเอกสารหมายจ.3 มีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของประเภทหนึ่งหรือไม่ แต่ปรากฎว่าปัญหานี้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ และไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยและไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาว่าเอกสารหมาย จ.3ต้องปิดอากรแสตมป์อีกหรือไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายก ฎีกา จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · ชลอ บุณยเนตร · กอบเกียรติ รัตนพานิช
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2565 (เลขอ้างอิง 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้