Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5096/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่พิพาทมิได้ให้ความยินยอมด้วยในการที่ว. เจ้าของรวมอีกคนหนึ่งทำสัญญาจะขายที่พิพาทกับจำเลยจำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทโดยทำสัญญาดังกล่าวเป็นการเข้าครอบครองตัวทรัพย์ทั้งหมดหรือที่พิพาททั้งแปลงมิใช่ครอบครองเฉพาะส่วนของว. เช่นนี้ว. จะกระทำได้ก็แต่โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคนสัญญาจะขายที่พิพาทจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ถือไม่ได้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยชอบโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยจัดการที่ดินแปลงดังกล่าวให้มีสภาพเรียบร้อยเสมือนมิได้มีการก่อสร้างอย่างใดมาก่อน ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะจัดการเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์เสร็จสิ้นจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยและบริวารเข้าไปก่อสร้างโรงเรือนในที่ดินโดยสุจริตเนื่องจากโจทก์และสามีซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกันได้ตกลงจะขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลย โจทก์และสามีได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่จำเลยและอนุญาตให้จำเลยเข้าไปปรับปรุงและก่อสร้างโรงเรือนในที่ดินได้ ขอให้ยกฟ้อง ให้โจทก์รับเงิน 2,500,000 บาท

จากจำเลย และให้โจทก์ไปจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่จำเลย กับให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7148 เลขที่ดิน 1094 ของโจทก์และให้จัดการที่พิพาทให้มีภาพเรียบร้อยโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกจากที่พิพาทและจัดการที่พิพาทให้มีสภาพเรียบร้อย ให้ยกฟ้องแย้งจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับและไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายวิสุทธิ์ ที่พิพาทเป็นที่มีโฉนดมีชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

เมื่อปี 2528 จำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยปรับปรุงดินและสร้างบ้านขึ้นหลายหลังสำหรับปัญหาที่ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยชอบและมีสิทธิซื้อที่พิพาทของโจทก์หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทร่วมกับนายวิสุทธิ์ เมื่อจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทโดยการเสนอขายของนายวิสุทธิ์ และได้ส่งมอบการครอบครองที่พิพาทให้แก่จำเลยแล้วถือว่าจำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับนายวิสุทธิ์โดยโจทก์ให้ความยินยอมสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทที่ทำกันดังกล่าวจึงมีผลผูกพันโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจากคำเบิกความของจำเลยแสดงว่านายวิสุทธิ์เป็นผู้ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทให้แก่จำเลย แต่จากการนำสืบของจำเลยไม่ได้ความว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมที่พิพาทได้ให้ความยินยอมด้วย

ที่จำเลยฎีกาว่า หนังสือที่โจทก์มีไปถึงจำเลยตามเอกสารหมาย จ.2 เป็นหนังสือให้ความยินยอมของโจทก์ ศาลฎีกาได้พิจารณาหนังสือดังกล่าวแล้ว เห็นว่า ข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือที่เสนอขายที่พิพาทเท่านั้น หาใช่หนังสือยินยอมให้นายวิสุทธิ์ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับจำเลยดังที่จำเลยฎีกาไม่ดังนี้จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้ให้ความยินยอม เมื่อกรณีฟังได้เช่่นนี้ถึงจะฟังว่าจำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทโดยทำสัญญาจะซื้อขายกับนายวิสุทธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของรวมดังที่จำเลยอ้าง แต่การครอบครองทีพิพาทของจำเลยเป็นการเข้าครอบครองตัวทรัพย์ทั้งหมดหรือที่พิพาททั้งแปลง มิใช่ครอบครองเฉพาะส่วนของนายวิสุทธิ์เช่นนี้ นายวิสุทธิ์ จะกระทำได้ก็แต่โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน

เมื่อข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้ให้ความยินยอมสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทที่จำเลยอ้างว่าได้ทำกับนายวิสุทธิ์จึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ กรณีฟังไม่ได้ว่าจำเลยครอบครองที่่พิพาทโดยชอบและไม่มีสิทธิซื้อที่พิพาทจากโจทก์ส่วนปัญหาโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทอยู่ในบังคับสัญญาจะซื้อขายระหว่างจำเลยกับนายวิสุทธิ์สามีโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย เห็นว่าเมื่อสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทที่จำเลยอ้างว่าทำกับนายวิสุทธิ์ไม่มีผลผูกพันโจทก์ ดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยชอบ ดังนี้ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้