Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานยึดทรัพย์ในการบังคับคดียึดที่ดินตามที่โจทก์นำยึดแล้วรายงานหัวหน้าแผนกในวันเดียวกัน หัวหน้าแผนกแจ้งการยึดต่อลูกหนี้ 10 วันต่อมา แต่เป็นวันหยุดราชการเสีย 5 วัน มีเวลาทำงาน 4 วัน ลูกหนี้โอนทรัพย์นั้นไปเสียก่อนแจ้งการยึด 3 วันแล้ว ดังนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งการยึดในเวลารวดเร็วตามสมควร ส่วนที่แจ้งการยึดต่อเจ้าพนักงานที่ดินล่าช้าต่อมาจากการที่ลูกหนี้ขายทรัพย์ไปแล้วไม่เป็นผลโดยตรง พนักงานยึดทรัพย์ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ชนะคดีแล้วนำยึดที่ดิน ลูกหนี้ตามคำพิพากษาขายที่ดินไปก่อนแจ้งการยึด โจทก์แพ้คดีผู้ซื้อที่ร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องที่โจทก์เรียกค่าเสียหายจากเจ้าพนักงานบังคับคดีจนถึงกระทรวงยุติธรรมโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 กระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ปรากฏว่าโจทก์นำจำเลยที่ 1 ยึดที่ดินพร้อมตึกแถวของนายสถิล โชติเสถียร ในวันที่ 6 ธันวาคม 2517 เมื่อยึดแล้วจำเลยที่ 1 รายงานจำเลยที่ 2 ในวันเดียวกัน จำเลยที่ 2 สั่งจำเลยที่ 1 แจ้งการยึดให้นายสถิล โชติกเสถียร นายทะเบียนท้องถิ่นเขตยานนาวา เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครทราบ ต่อมาจำเลยที่ 2 แจ้งการยึดให้นายสถิล

โชติกเสถียร ทราบเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2517 เป็นระยะเวลาห่างจากการยึด 10 วัน แต่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นวันหยุดราชการเสีย 5 วัน คือวันที่ 7-8 เป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ วันที่ 10 เป็นวันพระราชทานรัฐธรรมนูญ วันที่ 14 - 15 เป็นวันเสาร์ - อาทิตย์ จำเลยที่ 2 มีเวลาทำงานหลังจากการยึดทรัพย์เพียง 4 วันหักเวลาการเดินทางของหนังสือ ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการแล้วเห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 แจ้งการยึดถึงนายสถิล โชติกเสถียร ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วตามสมควรแล้ว แต่นายสถิล โชติกเสถียร ก็ยังทำนิติกรรมโอนขายทรัพย์สินที่ยึดไว้ให้นายประกิจ มโนมัยวิบูลย์ ไปในวันที่ 12 ธันวาคม 2517 ก่อนหน้าแจ้งการยึดถึง 3 วัน และที่จำเลยที่ 3 แจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบในวันที่ 30 ธันวาคม 2517 นั้น

เมื่อนายสถิลโชติกเสถียร โอนขายทรัพย์สินที่ยึดไปก่อนแล้วความเสียหายของโจทก์หากจะมีขึ้นก็มิได้เกิดจากผลโดยตรงหรือเป็นผลอันใกล้ชิดจากการกระทำของจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 แต่เกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น หาใช่ด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของจำเลยดังกล่าวไม่คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 กระทำละเมิดต่อโจทก์ ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้