Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5066/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การโอนสิทธิเรียกร้องนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 306 คงบังคับแต่เพียงให้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือให้ลูกหนี้ยินยอมด้วยในการโอนเท่านั้น ไม่มีบทกฎหมายใดที่บังคับให้ต้องแจ้งแก่เจ้าหนี้หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ ดังนั้น เมื่อการโอนสิทธิเรียกร้องได้ทำเป็นหนังสือแจ้งให้ลูกหนี้ทราบแล้ว แม้มิได้แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบก็สมบูรณ์และใช้บังคับได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามชำระเงินจำนวน ๔๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย และยื่นคำร้องขออายัดเงินหรือสิทธิเรียกร้องซึ่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จะได้รับจากบริษัทบิกเบลล์ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ จำกัด ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้อายัดเงินตามคำร้องขอ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เงินที่ศาลชั้นต้นอายัดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องแล้วเนื่องจากจำเลยที่ ๑ โอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้ร้องเพื่อชำระหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทและหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัด โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจขอเพิกถอนการอายัด และการโอนสิทธิเรียกร้องกระทำโดยใช้สิทธิไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ ๑ โดยสุจริต และผู้ร้องมีส่วนได้เสียมีสิทธิขอเพิกถอนอายัดได้ มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งอายัด

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกค้าของผู้ร้อง สาขาพลับพลาชัย มีนายเสวก ปานสุรการ เป็นกรรมการผู้จัดการจำเลยที่ ๑ เปิดสินเชื่อไว้กับผู้ร้อง โดยนำตั๋วสัญญาใช้เงิน ๑๐ ฉบับ มาทำสัญญาแลกเงินสดไปจากผู้ร้องเป็นจำนวนเงิน ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ และตกลงให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๗.๕ ต่อปี นอกจากนี้จำเลยที่ ๑ ยังมีคำขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับผู้ร้อง และมีสินค้ามาถึงแล้วไม่ยอมชำระหนี้ จึงได้ทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับผู้ร้อง และจำเลยที่ ๑ ยังเป็นหนี้ตามสัญญาทรัสต์รีซีทประมาณ ๑๐ ฉบับ รวมเป็นเงินประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทเศษ แต่จำเลยที่ ๑ นำที่ดินมาจำนองและพาบุคคลมาค้ำประกันหนี้ไว้กับผู้ร้อง ต่อมาจำเลยที่ ๑ ขายและติดตั้งลิฟท์ให้แก่บริษัทบิกเบลล์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์

จำกัด ในราคาประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ บาท ได้รับชำระราคาบางส่วน ยังมีเงินที่ค้างชำระอยู่อีกจำนวน ๕๒๘,๐๐๐ จึงโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้จำนวนนี้ให้แก่ผู้ร้องในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๗ และได้ทำหนังสือแจ้งให้บริษัทบิกเบลล์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ จำกัด ทราบ แต่มิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ ต่อมาวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๒๗ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลอายัดสิทธิเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวก่อนศาลมีคำพิพากษาและในวันเดียวกันนั้นเอง ศาลได้มีคำสั่งอายัดตามที่โจทก์ขอ และเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๗ ผู้ร้องมอบอำนาจให้นางอารีรัตน์ ชิวธนาสุนทร ไปรับเงินจากบริษัทบิกเบลล์ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ จำกัด แต่ได้รับแจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกศาลสั่งอายัดไว้ชั่วคราวแล้ว

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่าการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับผู้ร้องใช้บังคับไม่ได้ เพราะในวันที่ทำการโอนสิทธิเรียกร้องนั้น สิทธิเรียกร้องที่จำเลยมีต่อบริษัทบิกเบลล์ จำกัด ยังไม่เกิดขึ้นนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย คงมีข้อที่จะวินิจฉัยในชั้นนี้แต่เพียงว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยกับผู้ร้องได้กระทำโดยไม่สุจริต และทำให้โจทก์เสียเปรียบหรือไม่และการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องโดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ และโจทก์มิได้ยินยอมด้วยจะใช้บังคับได้หรือไม่ ในข้อวินิจฉัยข้อแรก

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วสรุปว่า....คดีฟังไม่ได้ว่าการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องได้กระทำโดยไม่สุจริตและทำให้โจทก์เสียเปรียบ สำหรับในประเด็นที่ว่า การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ และโจทก์มิได้ยินยอมด้วยจะใช้บังคับได้หรือไม่นั้นเห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๐๖ คงบังคับแต่เพียงให้บอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้หรือให้ลูกหนี้ยินยอมด้วยในการโอนเท่านั้น ไม่มีบทกฎหมายใดที่บังคับให้ต้องแจ้งแก่เจ้าหนี้หรือได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ ๑ กับผู้ร้องตามที่ปรากฏมาแล้วข้างต้น จึงสมบูรณ์ชอบด้วยกฎหมายและใช้บังคับได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายประยูร มูลศาสตร์
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6557/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นลูกหนี้ของจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์และจำเลยร่วมทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่อกัน เพื่อโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยร่วมมีอยู่ต่อจำเลยไปให้โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2566

โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า มิใช่เป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า ตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เอกสารหมาย จ.5 ระบุหมายเหตุการขายทอดตลาดสิทธิการเช่าว่า ผู้ซื้อได้จะต้องชำระค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้