คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 233,602 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยทั้งสองมิได้มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์มีหน้าที่เพียงรวบรวมทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดของโจทก์และบริษัทเงินทุนอีก 12 บริษัท รวมทั้งบริษัทเงินทุน ว. แล้วโอนหนี้สินและทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ธนาคาร ส. ตามประกาศกระทรวงการคลัง จำเลยทั้งสองไม่เคยรับรู้หรือผูกพันตามประกาศดังกล่าว ในการรับโอนทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว โจทก์จะเข้าสวมสิทธิจากบริษัทเงินทุน ว. ได้ด้วยการโอนสิทธิเรียกร้อง และหนี้ตามฟ้องเป็นหนี้อันเฉพาะเจาะจงที่ต้องชำระให้แก่บริษัทเงินทุน ว. แต่การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมิได้ทำเป็นหนังสือจึงไม่สมบูรณ์ ทั้งโจทก์ไม่เคยแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสองและจำเลยทั้งสองมิได้ตกลงยินยอมเป็นหนังสือด้วย การโอนสิทธิเรียกร้องนั้นจึงไม่ผูกพันจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2542 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา