Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5062/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอม เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังฟ้องโจทก์ จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่าเอกสารที่จำเลยกรอกข้อความขึ้นไม่เกี่ยวกับธนาคารเป็นแต่เพียงการทำหลักฐานหรือหนังสือเท็จ ไม่เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิดังฟ้องหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้วทั้งยังเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อีกด้วย และที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยในคดีความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว ก็เป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกาเช่นเดียวกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปลอมใบฝากเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสะพานกรุงธน อันเป็นเอกสารสิทธิ โดยกรอกข้อความอันเป็นเท็จลงในแบบรายการใบฝากเงินดังกล่าวว่า จำเลยได้นำเช็คของผู้มีชื่อซึ่งเป็นลูกหนี้ของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เข้าฝากในบัญชีกระแสรายวันของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้วได้ลงลายมือชื่อปลอมลงในช่องบายมือชื่อพนักงานรับ-จ่ายเงินของธนาคารดังกล่าว เป็นการรับรองว่าธนาคารได้รับเงินเข้าบัญชีเงินฝากของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้ว เพื่อให้บริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงที่บริษัทได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้แล้วซึ่งความจริงจำเลยมิได้นำเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว

หลังจากปลอมแล้วจำเลยยังใช้อ้างแสดงต่อพนักงานของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เพื่อยืนยันว่าจำเลยได้นำเงินของลูกหนี้เข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าวแล้ว โดยจำเลยปลอมและใช้อ้างเอกสารดังกล่าวหลายครั้งขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรกจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ลงโทษตามมาตรา 268วรรคสอง รวม 20 กระทง เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ6 เดือน รวมจำคุก 10 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นเรียงกระทงลงโทษจำเลยไม่ชอบ เพราะโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 91 และการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 เท่านั้น นอกจากนี้ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์จำเลยก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายจนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว ประกอบกับจำเลยกำลังตั้งครรภ์จึงขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง หรือลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันและจำเลยให้การรับสารภาพ แม้โจทก์จะมิได้อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลก็มีอำนาจเรียงกระทงลงโทษจำเลยได้ ส่วนอุทธรณ์ข้ออื่น ๆ ของจำเลยเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ จึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาข้อ 2.1 ว่า ใบฝากเงินฝากกระแสรายวันของธนาคารเป็นแบบฟอร์มทั่วไปสำหรับประชาชนหรือลูกค้าใช้กรอกข้อความเพื่อจะนำเงินเข้าฝากเป็นเสมือนเอกสารช่วยจำของผู้ฝากหรือพนักงานธนาคาร แม้จตำเลยกจะกรอกข้อความลงในแบบฟอร์มเอกสารดังกล่าวก็ไม่เกี่ยวกับธนาคาร เพราะจำเลยมิได้ยื่นและนำเงินเข้าฝากธนาคาร ไม่ทำให้เอกสารนั้นก่อให้เกิดสิทธิหรือผูกพันธนาคารชื่อพนักงานที่จำเลยลงชื่อไปจะมีตัวตนหรือไม่ก็ไม่ปรากฏเป็นเรื่องจำเลยกรอกข้อความและเซ็นชื่อเองทั้งหมด จึงเป็นกรณีที่จำเลยทำหลักฐานหรือหนังสืออันเป้นเท็จขึ้นเท่านั้น หาได้เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิแต่อย่างใดไม่ และฎีกาข้อ 2.3 ว่า สิทธินำคีดมาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)เพราะการกระทำของจำเลยในคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้ว

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ปลอมใบฝากเงินกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสะพานกรุงธน อันเป็นเอกสารสิทธิ โดยกระอข้อความอันเป็นเท็จลงในแบบรายการใบฝากเงินดังกล่าวว่า จำเลยได้นำเช็คของผู้มีชื่อซึ่งเป็นลูกหนี้ของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัดเข้าฝากในบัญชีกระแสรายวันของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัดแล้วได้ลงลายมือชื่อปลอมลงในช่องลายมือชื่อพนักงานรับ-จ่ายเงินของธนาคารดังกล่าวเป็นการรับรองว่าธนาคารได้รับเงินเข้าบัญชีเงินฝากของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด แล้ว เพื่อให้บริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงที่บริษัทได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้แล้ว ซึ่งความจริงจำเลยมิได้นำเงินเข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าว

หลังจากปลอมแล้วจำเลยยังใช้อ้างแสดงต่อพนักงานของบริษัทโรงแรมจันทร์สมธารา จำกัด เพื่อยืนยันว่าจำเลยได้นำเงินของลูกหนี้เข้าบัญชีของบริษัทดังกล่าวแล้ว ดังนี้เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ดังฟ้องของโจทก์จำเลยจะมาโต้เถียงในชั้นฎีกาว่า เอกสารที่จำเลยกรอกข้อความขึ้นไม่เกี่ยวกับธนาคาร เป็นแต่เพียงการทำหลักฐานหรือหนังสือเท็จ ไม่เป็นการปลอมเอกสารหรือเอกสารสิทธิดังฟ้องหาได้ไม่ เพราะเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่จำเลยให้การรับสารภาพแล้ว ทั้งยังเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อีกด้วย และที่จำเลยฎีกาข้อ 2.3 ว่าการกระทำของจำเลยในคดีนี้เป็นกรรมเดียวกับการกระทำในคดีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยในควาผมิดข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไปแล้วก็เป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ซึ่งมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นเช่นเดียวกันฎีกาทั้งสองข้อของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยดังกล่าวขึ้นมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3238/2536

จำเลยปลอมใบเสร็จรับเงินและใบรับเงินแล้วใช้เอกสารปลอมดังกล่าวแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของโจทก์ร่วม เพื่อปกปิดการกระทำของจำเลยที่ได้ยักยอกเงินบางส่วนของโจทก์ร่วมไป แม้การปลอมเอกสารดังกล่าวจะกระทำภา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2553

โจทก์บรรยายฟ้องระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจำเลยกับพวกกระทำความผิดโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบหลายกรรมต่างกัน ซึ่งข้อหาความผิดตามฟ้องในแต่ละกระทงมิใช่เป็นคดีที่มีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7295/2553

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 6 ซอง น้ำหนักสุทธิ 6.859 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 6.655 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7242/2553

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดซึ่งมิใช่เป็นคดีอัตราโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป หรือโทษที่สถานหนักกว่านั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นย่อมพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3920/2549

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง โดยขอแก้ไขบทลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้หรือเพิ่มเติมฐานความผิดความผิดก่อนที่ศาลชั้นพิพากษาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคหนึ่ง, 164 เมื่อจำเลยไม่ค้านและศาลชั้นต้นอนุญาตให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้