Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5058/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พนักงานเดินหมายนำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นไปส่งให้แก่ทนายจำเลยที่3และที่4ณสำนักทำการงานของทนายจำเลยที่3และที่4แล้วแต่ไม่พบตัวทนายความและไม่มีผู้รับหมายไว้แทนโดยปรากฏว่าสำนักงานถูกปิดไว้และใส่กุญแจพนักงานเดินหมายจึงปิดหมายนัดไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้นเมื่อปรากฏว่าสำนักงานที่ทนายจำเลยที่3และที่4ทำงานอยู่นั้นก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้วก่อนพนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปปิดไว้เช่นนี้จึงฟังไม่ได้ว่าได้ส่งหมายนัดณสำนักทำการงานของทนายจำเลยที่3และที่4ทั้งไม่ปรากฏว่าได้มีการส่งหมายนัดแก่จำเลยที่3และที่4โดยตรงแต่อย่างใดการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงยังไม่ชอบด้วยกฎหมายถือไม่ได้ว่าจำเลยที่3และที่4ทราบนัดของศาลแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระราคาสินค้าที่ซื้อไปจากโจทก์ กับขอให้เรียกนางรัตนา ตระกูลเดชะและนายใจฮ้อ แซ่แต้ เข้ามาร่วมรับผิดเป็นจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 182,892 บาท พร้อมดอกเบี้ย สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้ยกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 และที่ 4ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4โจทก์ทั้งสองยื่นคำแถลงคัดค้านศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า ทนายจำเลยที่ 3และที่ 4 ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่แห่งใหม่ก่อนที่เจ้าพนักงานของศาลจะนำหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปปิด ณ ที่สำนักงานเดิมทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงไม่ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นฎีกาได้ แล้วมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นฎีกาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องและสั่งรับฎีกา ถือได้ว่าเป็นคำสั่งรับฎีการวมอยู่ด้วยกัน โจทก์ทั้งสองจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์ได้

ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองใหม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การส่งหมายนัดฟังคำศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์โดยปิดไว้ ณ ภูมิลำเนาของทนายจำเลยที่ 3และที่ 4 แต่ปรากฏว่าทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ย้ายไปอยู่ที่สำนักงานแห่งใหม่ ทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่ทราบการส่งหมายและมิได้มีการส่งหมายนัดแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยตรง การส่งหมายนัดไม่มีผล คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้จำเลยที่ 3และที่ 4 ยื่นฎีกาชอบแล้ว พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 16 สิงหาคม 2533 พนักงานเดินหมายกรมบังคับคดีส่งหมาย

ณ สำนักงานเดิมของทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4โดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2533 เพราะสำนักงานปิดประตูใส่กุญแจไว้และในวันนัดดังกล่าวข้างต้นคงมีแต่เสมียนทนายโจทก์มาศาล ฝ่ายจำเลยทั้งสี่ไม่มีใครมาศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันดังกล่าว ครั้นวันที่ 31ตุลาคม 2533 จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นฎีกาเห็นว่า แม้การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อาจส่งให้แก่ทนายความที่คู่ความแต่งตั้งให้ว่าคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 75 ก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าพนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปส่งที่สำนักทำการงานของทนายจำเลยที่ 3 และที่4 แล้ว แต่ไม่พบตัวทนายความ และไม่พบตัวทนายความและไม่มีผู้ใดรับหมายไว้แทน โดยปรากฏว่าสำนักงานถูกปิดไว้และใส่กุญแจ

พนักงานเดินหมายจึงปิดหมายนัดไว้ตามคำสั่งศาลชั้นต้น ทั้งปรากฏว่าสำนักทำการงานที่ทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4ทำงานอยู่นั้นก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นนานแล้วก่อนพนักงานเดินหมายนำหมายนัดไปปิดไว้ เช่นนี้จึงฟังไม่ได้ว่าได้ส่งหมายนัด ณสำนักทำการงานของทนายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ทั้งไม่ปรากฏว่าได้มีการส่งหมายนัดแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยตรงแต่อย่างใดการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงยังไม่ชอบด้วยกฎหมายถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3และที่ 4 ทราบนัดของศาลแล้ว การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นฎีกาได้และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้