Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่1เป็นหนังสือแบบฝึกหัดไม่จำต้องส่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจเพราะไม่ได้เป็นหนังสืออยู่ในบังคับของกระทรวงศึกษาธิการแต่เป็นหนังสือประกอบการเรียนไม่เป็นหนังสือที่บังคับใช้ตามหลักสูตรจึงไม่จำเป็นต้องซื้อโดยเร่งด่วนและไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยวิธีพิเศษแม้ฝ่ายจำเลยจะอ้างว่าในการจัดซื้อหนังสือรายนี้ได้มีการจัดตั้งกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯข้อที่25(4)ก็เป็นการกล่าวอ้างลอยๆโดยไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนทั้งตามบันทึกเสนอขอซื้อก็มีเพียงระบุตัวกรรมการตรวจรับพัสดุเท่านั้นหาได้มีการเสนอตั้งกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษไม่ฟังไม่ได้ว่าได้มีการจัดตั้งกรรมการจัดซื้อดังที่ฝ่ายจำเลยอ้างการจัดซื้อหนังสือรายพิพาทจึงไม่ถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ผู้แทนสำนักพิมพ์ต่างๆเบิกความเกี่ยวกับราคาหนังสือพิพาทว่าเป็นราคาประเมินมีราคาไม่เท่ากันเอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้และยังได้ความว่าในการจัดพิมพ์หนังสือรายพิพาทนี้ผู้พิมพ์ให้ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียนแตกต่างกันโดยภาคเอกชนให้ในอัตราสูงส่วนของทางราชการให้ในอัตราต่ำและเมื่อนำไปประกอบกับผู้แต่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสูงเป็นที่น่าเชื่อถือมีจำหน่ายที่ร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัดเพียงแห่งเดียวย่อมทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายกำหนดราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดได้เพราะไม่มีคู่แข่งส่วนที่โจทก์อ้างว่าหนังสือพิพาทมีราคาเล่มละ9.49บาทซึ่งสำนักงานการประถมศึกษาฯซื้อในราคาเล่มละ30บาทเป็นราคาสูงกว่าความเป็นจริงก็เพียงอาศัยการประเมินราคาจากสำนักพิมพ์ต่างๆซึ่งไม่ได้พิมพ์หนังสือพิพาทที่เป็นหนังสือชนิดประเภทและคนแต่งคนเดียวกันที่จะนำมาเปรียบเทียบราคากันได้อีกทั้งผู้ขายได้เสนอขายหนังสือพิพาทไปยังจังหวัดต่างๆซึ่งก็ซื้อในราคาเดียวกันนี้จนทางราชการได้รับหนังสือและแจกจ่ายให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์สมความมุ่งหวังของทางราชการแล้วเมื่อไม่ปรากฎว่ามีการทุจริตกรณีจึงไม่เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือโจทก์แต่อย่างใดดังนั้นแม้จำเลยที่5ถึงที่8จะดำเนินการซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่1จากร้านสหกรณ์กลาโหมจำกัดไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการแต่ก็ไม่เกิดความเสียหายการกระทำของจำเลยที่5ถึงที่8จึงไม่เป็นละเมิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2523จำเลยที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการและงบประมาณที่เป็นเงินอุดหนุนงบประถมศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2524 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองในส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรียนประชาบาลได้โอนเป็นของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2523 ได้ร่วมกันทำหนังสือในนามผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จำนวน 2 ฉบับ ถึงอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้กรมการปกครองโอนเงินอุดหนุนงบประถมศึกษาหมวดค่าวัสดุงบประมาณ พ.ศ. 2524ของโจทก์จำนวนรวม 1,900,000 บาท เพื่อนำไปจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การศึกษาตามหลักสูตรใหม่ และจัดซื้อแบบพิมพ์ต่าง ๆ สำหรับใช้ในกิจการโรงเรียนประชาบาลจังหวัดระยอง

เมื่อจำเลยที่ 4ได้รับหนังสือดังกล่าวจึงได้ทำเอกสารและใบขออนุมัติเงินอุดหนุนงบประถมศึกษาค่าวัสดุจำนวน 1,900,000 บาท ซึ่งเป็นเงินประจำงวดที่ 1ของงบประมาณ พ.ศ. 2524 ของโจทก์ โดยทำคำขออนุมัติรวมไปกับจังหวัดชัยภูมิอีก 1 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 4,900,000 บาท ส่งไปยังสำนักงบประมาณโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีอำนาจกระทำได้ตามกฎหมายแล้วจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้ร่วมกันดำเนินการให้มีการอนุมัติเงินประจำงวดที่ 1 เงินอุดหนุนงบประถมศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2524จำนวน 628,880 บาท ของจังหวัดระยองและจังหวัดชัยภูมิ ตามที่กรมการปกครองขออนุมัติดังกล่าวซึ่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3รู้อยู่แล้วว่าเป็นเงินงบประมาณของโจทก์ให้กรมการปกครองซึ่งเป็นส่วนราชการอื่น

มิใช่เจ้าของงบประมาณเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2524โดยไม่ได้ทักท้วงแก้ไขและโดยไม่ได้ทำการตรวจสอบวิเคราะห์ตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เป็นการละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่และเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารโรงเรียนประชาบาลไปเป็นของโจทก์ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. 2502 และระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายพ.ศ. 2507 ต่อมาจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้ทำบันทึกลงวันที่22 มกราคม 2524 เสนอจำเลยที่ 8 ขออนุมัตินำเงินอุดหนุนงบประมาณประถมศึกษาจำนวน 628,880 บาท ดังกล่าวไปจัดซื้อแบบพิมพ์อุปกรณ์การเรียนการสอนตามหลักสูตรใหม่จำนวน 3,913 ชุด ชุดละ150 บาท เป็นเงิน 586,950 บาท โดยจัดซื้อเป็นแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่ 1 ใช้ในกิจการการศึกษาประชาบาลจากร้านสหกรณ์กลาโหม

จำกัด โดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 โดยผ่านความเห็นชอบและตรวจสอบจากจำเลยที่ 6 และที่ 7 ซึ่งจำเลยที่ 8 ได้อนุมัติให้จัดซื้อหนังสือดังกล่าว โดยมิได้ทักท้วง และเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2524จำเลยที่ 8 ได้ลงนามทำสัญญาซื้อขายแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่ 1 รวม 5 เรื่อง จำนวน 3,913 ชุด ราคาชุดละ 150 บาทเป็นเงิน 586,950 บาท จากพันเอกวินัย นุตะสิริ และหรือร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด โดยวิธีพิเศษ โดยมีจำเลยที่ 5 ลงชื่อเป็นพยานในสัญญาดังกล่าวด้วย ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2524ผู้ขายได้ส่งมอบหนังสือให้คณะกรรมการตรวจรับให้รับไว้ตามสัญญาและวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2524 จำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ได้ร่วมกันทำบันทึกเสนอจำเลยที่ 8 แล้วจำเลยที่ 8 ได้อนุมัติจ่ายเงินและได้ชำระราคาค่าหนังสือให้แก่ผู้ขายครบถ้วนตามสัญญาแล้วซึ่งการดำเนินการขออนุมัติและการทำสัญญาจัดซื้อหนังสือของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 โดยวิธีพิเศษดังกล่าวเป็นการกระทำโดยไม่ถูกต้อง และเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. 2521 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่นพ.ศ. 2522 และเงินอุดหนุนงบประถมศึกษาประเภทค่าวัสดุที่นำไปจัดซื้อหนังสือตามสัญญาจำนวน 586,950 บาท ซึ่งเกินกว่า 400,000 บาทและพันเอกวินัย นุตะสิริ หรือร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ไม่ใช่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นผู้ทำหรือผลิต หนังสือดังกล่าวขึ้นเอง และกรณีมิใช่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่ราชการแต่อย่างใด แต่กรณีดังกล่าวจะต้องจัดซื้อโดยวิธีประกวดราคาเท่านั้นนอกจากนี้การขออนุมัติและการจัดซื้อหนังสือของจำเลยที่ 5 ที่ 6ที่ 7 และที่ 8 ดังกล่าว ได้ร่วมกันดำเนินการลักษณะที่มีการเตรียมการกันไว้ก่อน โดยจัดซื้อในราคาเล่มละ 30 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงมาก

เพราะหนังสือมีราคาเล่มละไม่เกิน 9.49 บาท จึงมีราคาสูงกว่าความเป็นจริงเล่มละ 20.51 บาทจำนวน 19,565 เล่ม เป็นเงินที่ซื้อเกินราคาไปเป็นเงิน 401,278.15บาท และหนังสือดังกล่าวมิได้เป็นหนังสือจำเป็นที่ต้องใช้หรือบังคับให้ใช้ตามหลักสูตรของราชการทั้งมิใช่พัสดุที่ต้องรีบจัดซื้อโดยเร่งด่วน ซึ่งหากล่าช้าจะเสียหายแก่ราชการแต่ประการใดการกระทำของจำเลยทั้งแปดจึงเป็นการร่วมกันทำละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ต้องเสียเงินซื้อหนังสือดังกล่าวในราคาสูงกว่าความเป็นจริงรวมทั้งสิ้น 401,278.15 บาท จึงต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 401,278.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2524 จนถึงวันฟ้องเป็นดอกเบี้ย 294,856.99 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 696,135.14 บาทแก่โจทก์ โจทก์ทราบถึงการทำละเมิดและทราบตัวผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2533 ขอให้จำเลยทั้งแปดร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 696,135.14 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 401,278.15 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเสร็จแก่โจทก์ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 และที่ 4

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8 ให้การในทำนองเดียวกันว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และหนังสือของสำนักเลขาธิการรัฐมนตรีที่ให้สนับสนุนการซื้อเครื่องเขียนแบบเรียนจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด โดยไม่ต้องประกวดราคาหรือสืบราคา ทั้งการจัดซื้อดังกล่าวเป็นการจัดซื้อถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและเหตุที่จัดซื้อด้วยวิธีพิเศษเนื่องจากเป็นเรื่องเร่งด่วนเพราะช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นหลักสูตรใหม่ซึ่งจะต้องมีการเร่งคุณภาพและจัดให้มีการประเมินผลแต่ยังไม่มีแบบทดสอบประเมินผลชิ้นใดเลย จึงสมควรจัดซื้อมาให้นักเรียนใช้โดยเร็วหากล่าช้าอาจเสียหายแก่ราชการ และการจัดซื้อครั้งนี้ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย

เพราะราคาที่ซื้อนั้นเป็นราคาที่เหมาะสมกับคุณค่าของหนังสือ ซึ่งมีผู้แต่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและคดีขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 5 ที่ 6 ที่ 7และที่ 8 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 313,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2524จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์2524 จนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 294,856 บาทโจทก์ จำเลยที่ 5 ที่6 ที่ 7 และที่ 8 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 5 ที่ 6 ที่ 7และที่ 8 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 401,278.15 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2524จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์2524 จนถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 294,856.99 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลย ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 และ ที่ 8 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงในเบื้องต้นได้ความเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของงบประมาณประจำปี 2524ประเภทค่าวัสดุ จำนวน 628,880 บาท โจทก์ได้โอนเงินดังกล่าวไปให้สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยองดำเนินการจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่ 1สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยองได้ซื้อหนังสือดังกล่าวจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด รวม 5 เรื่อง ตามเอกสารหมาย จ.5 จำนวน3,913 ชุด ราคาชุดละ 150 บาท หรือเล่มละ 30 บาท (1 ชุดมี 5 เล่ม)เป็นเงิน 586,950 บาท การจัดซื้อหนังสือดังกล่าวกระทำโดยจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดโจทก์ตำแหน่งอาจารย์ 1ช่วยราชการสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยองทำหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงินและพัสดุได้ทำบันทึกลงวันที่ 22 มกราคม 2524 ตามเอกสารหมายจ.20 (เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 9)

เสนอจำเลยที่ 9 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ขอให้อนุมัติซื้อหนังสือดังกล่าวโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521ข้อ 11(4) โดยให้เหตุผลว่าร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด มีกรรมสิทธิ์ในการจำหน่าย ซึ่งเป็นหน่วยราชการด้วยกัน จากนั้นได้เสนอผ่านจำเลยที่ 6 เจ้าหน้าที่การประถมศึกษา 5 ในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ และจำเลยที่ 7 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดระยองตามลำดับจนถึงจำเลยที่ 8เป็นผู้ลงนามอนุมัติ ได้มีการมอบหนังสือและชำระเงินกันครบถ้วนแล้วปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่นั้นมีข้อจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ข้อแรกว่าการจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่ 1ตามเอกสารหมาย

จ.5 จากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการหรือไม่ เห็นว่า แม้การซื้อหนังสือรายพิพาทนี้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 จะอ้างว่าได้ดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษที่ไม่ต้องสืบราคาหรือประกวดราคาตามที่ได้เคยปฏิบัติกันมาและตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทยและสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเอกสารหมาย ล.1 หรือ ล.5 ก็ตาม แต่ตามเอกสารดังกล่าวประกอบกันได้ความเพียงว่า หากส่วนราชการ องค์การหรือรัฐวิสาหกิจมีความประสงค์จะซื้อสินค้าเครื่องเขียน แบบเรียนหรืออุปกรณ์การเรียนก็ขอให้หน่วยงานนั้น ๆ ให้การสนับสนุนซื้อสินค้าจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดแม้การซื้อสินค้าจะไม่ต้องสืบราคาหรือประกวดราคาตามเอกสารหมาย ล.2แต่ตามเอกสารหมาย

ล.2 ซึ่งปรากฎว่าลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2518 นั้นได้ถูกยกเลิกโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521ข้อ 2 ที่ออกภายหลังซึ่งมีความว่า คำสั่งอื่นใดที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งได้ขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทนดังนั้น การจัดซื้อหนังสือรายพิพาทนี้สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยองจะต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 อีกทั้งการจัดซื้อหนังสือรายพิพาทนี้จำเลยที่ 5 หาได้ทำบันทึกเสนออ้างถึงระเบียบตามเอกสารหมาย ล.2ดังกล่าวไม่

ปัญหาต่อไปจึงมีว่า จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ได้จัดซื้อโดยวิธีพิเศษเพราะเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายโดยตรงอันเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521 ข้อที่ 11(4)18(3)(6) หรือไม่ เห็นว่า หนังสือรายพิพาทนี้ได้ความว่า เป็นหนังสือแบบฝึกหัดไม่ต้องส่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจ และไม่ได้ส่งไปให้ตรวจเพราะไม่ได้เป็นหนังสืออยู่ในบังคับของกระทรวงศึกษาธิการแต่เป็นหนังสือประกอบการเรียน ไม่เป็นหนังสือที่บังคับใช้ตามหลักสูตร จึงไม่จำเป็นต้องซื้อโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ ดังนั้น

เมื่อเป็นพัสดุที่ไม่ต้องซื้อโดยเร่งด่วนแล้วกรณีจึงไม่จำเป็นต้องซื้อด้วยวิธีพิเศษ นอกจากนี้ที่ฝ่ายจำเลยอ้างว่า ในการจัดซื้อหนังสือรายนี้ได้มีการจัดตั้งกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2521ข้อ 25(4) ก็เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานใดสนับสนุนทั้งตามบันทึกเสนอขอซื้อเอกสารหมาย จ.20 ก็มีเพียงระบุตัวกรรมการตรวจรับพัสดุเท่านั้น หาได้มีการเสนอตั้งกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษไม่ ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าในการจัดซื้อหนังสือรายนี้ได้มีการจัดตั้งกรรมการจัดซื้อดังที่ฝ่ายจำเลยอ้าง เหตุดังกล่าวจึงเป็นการจัดซื้อหนังสือรายพิพาทที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. 2521 ฎีกาของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาว่าโจทก์เสียหายหรือไม่นั้น โจทก์อ้างว่า ฝ่ายจำเลยจัดการซื้อหนังสือรายพิพาทมีราคาสูงเกินความจริง โดยโจทก์ถือเอาราคาเฉลี่ยของสำนักพิมพ์ 3 แห่ง และกองวิชาการของโจทก์เป็นเกณฑ์ในการคำนวณแล้วเห็นว่าราคาหนังสือตกราคาเล่มละ 9.49 บาท เป็นราคาที่เหมาะสมที่สุดแล้วนั้น เห็นว่า ผู้แทนสำนักพิมพ์ต่าง ๆ รวมทั้งนายชาญชัย ศรีไสยเพ็ชร และนายแพทย์ประยูร กุนาเสน พยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับราคาหนังสือพิพาทว่า เป็นราคาประเมิน มีราคาไม่เท่ากัน เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้ นอกจากนี้ยังได้ความว่าในการจัดพิมพ์หนังสือรายพิพาทนี้ ผู้พิมพ์ให้ค่าตอบแทนค่าลิขสิทธิ์แก่ผู้เขียนแตกต่างกันโดยภาคเอกชนให้ในอัตราสูง

ส่วนของทางราชการให้ในอัตราต่ำ และเมื่อนำไปประกอบกับผู้แต่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิสูงเป็นที่น่าเชื่อถือ มีจำหน่ายที่ร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัดเพียงแห่งเดียว ย่อมทำให้ผู้ผลิตและจำหน่ายกำหนดราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดได้ เพราะไม่มีคู่แข่ง ที่โจทก์อ้างว่าหนังสือพิพาทมีราคาเล่มละ 9.49 บาท ซึ่งสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดระยองซื้อในราคาเล่มละ 30 บาท เป็นราคาสูงกว่าความเป็นจริงเล่มละ20.51 บาท ก็เพียงอาศัยการประเมินราคาจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆซึ่งสำนักพิมพ์นั้น ๆ ไม่ได้พิมพ์หนังสือพิพาทที่เป็นหนังสือชนิดประเภท และคนแต่งคนเดียวกันที่จะนำมาเปรียบเทียบราคากันได้อีกทั้งผู้ขายรายนี้ได้เสนอขายหนังสือพิพาทไปยังจังหวัดต่าง ๆรวมถึง 20 จังหวัด และจังหวัดต่าง

ๆ ก็ได้ซื้อในราคาเดียวกันนี้จนทางราชการได้รับหนังสือและแจกจ่ายให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์สมความมุ่งหวังของทางราชการแล้ว และไม่ปรากฎว่ามีการทุจริตแต่อย่างใด กรณีจึงไม่เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือโจทก์แต่อย่างใด ดังนั้น แม้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 จะดำเนินการซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมปีที่1 ตามเอกสารหมายจ.5 จากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการแต่ก็ไม่เกิดความเสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8จึงไม่เป็นละเมิด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 5 ถึงที่ 8 ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · สมิทธิ์ วราอุบล · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้