Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5029/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่1มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายที่ดินจัดแบ่งที่ดินออกเป็นแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายทั้งปลูกสร้างอาคารและบ้านพักเพื่อให้เช่าหรือขายแก่บุคคลภายนอกเป็นผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินได้ขอแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยได้4,992แปลงการที่จำเลยที่1ยินยอมให้จำเลยที่2นำที่่ดินของจำเลยที่1ออกจัดสรรขายให้แก่บุคคลทั่วไปโดยจำเลยที่1จะส่งพนักงานออกไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินและบ้านให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่2เท่ากับเป็นการยอมรับว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญารับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่จำเลยที่2ทำกับลูกจ้างนั้นมีผลผูกพันจำเลยที่1ถือได้ว่าจำเลยที่1ได้เชิดจำเลยที่2ออกแสดงเป็นตัวแทนของตนหรือรู้แล้วยอมให้จำเลยที่2เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนจำเลยที่1จึงต้องรับผิดโอนที่ดินและบ้านแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของจำเลยที่ 1และว่าจ้างจำเลยทั้งสามปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าว เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จโจทก์จะชำระราคาค่าที่ดินและบ้านพร้อมกับให้จำเลยที่ 1โอนบ้านพร้อมที่ดินแก่โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 ปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะตัวการ จำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะตัวแทนร่วมกันโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 146790 พร้อมบ้านให้แก่โจทก์และให้ร่วมกันจ่ายค่าธรรมเนียมในการโอน ค่าภาษีอากร ค่าใช้จ่ายต่าง ๆในการโอนกับให้จำเลยรับเงินค่าที่ดินและบ้านจากโจทก์จำนวน 278,000บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสามหากจำเลยทั้งสามไม่ยอมส่งมอบโฉนด ขอให้ศาลมีคำสั่งทำลายโฉนดและให้เจ้าหน้าที่ที่ดินออกโฉนดใหม่จำเลยที่ 1 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 ไม่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อที่ดินมาแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยขายและรับปลูกบ้านและก็ไม่เคยแต่งตั้งหรือมอบหมายให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นตัวแทน สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาจ้างก่อสร้างเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโอนขายที่ดินตามโฉนดเลขที่ 146790 พร้อมบ้านเลขที่ 95/120 แขวงประเวศเขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ในราคาที่เหลือหลังจากหักค่ามัดจำแล้วจำนวน 278,000 บาท หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม

ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 2เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 2 ได้นำที่ดินของจำเลยที่ 1 ออกจัดสรรขายให้แก่บุคคลทั่วไปโดยจำเลยที่ 2 ได้รับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่จัดสรรด้วยโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่จำเลยที่ 2 จัดสรรแปลงเลขที่ 1404กับได้ทำสัญญาว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ปลูกสร้างบ้านเลขที่ 95/127ลงบนที่ดินดังกล่าวในราคา 209,000 บาท ในวันทำสัญญาโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินจำนวน 25,000 บาท และชำระเงินค่าจ้างปลูกสร้างบ้านจำนวน26,000 บาท ต่อมาปรากฎว่าการก่อสร้างบ้านมิได้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา

กล่าวคือ มีการนำอิฐบล๊อกมาใช้แทนอิฐมอญ จึงมีการติดต่อทำความตกลงกันในที่สุดจำเลยที่ 2 ตกลงเปลี่ยนที่ดินจากแปลงเดิมเป็นที่ดินพิพาทแปลงเลขที่ 1396 บี 08 คือที่ดินโฉนดเลขที่146790 ส่วนบ้านบนที่ดินก็เปลี่ยนเป็นเลขที่ 95/120 มีการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญาว่าจ้างกันใหม่ หลังจากนั้น ที่ปรากฎว่ามีลูกค้าผู้ซื้อที่ดินและบ้านไปร้องเรียนต่อทางการว่า หมู่บ้านที่จำเลยที่ 2 จัดสรรไม่มีสาธารณูปโภคตามที่โฆษณาไว้ จำเลยที่ 2และที่ 3 จึงปิดที่ทำการแล้วหลบหนีไป คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดโอนบ้านและที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์หรือไม่ ในปัญหาดังกล่าวจำเลยที่ 1อ้างว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 2 ก็เพราะจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงกับจำเลยที่ 2 ว่า

จำเลยที่ 1 ยอมให้จำเลยที่ 2 ปลูกบ้านลงบนที่ดินได้ก่อน เมื่อประสงค์จะโอนให้แก่บุคคลใดจะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ จำเลยที่ 1จึงจะส่งพนักงานออกไปทำการโอนให้แก่บุคคลดังกล่าวอีกต่อหนึ่งศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า นางสุมาลี ภาคทองสุข พยานจำเลยที่ 1เบิกความว่า จำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายที่ดินจัดแบ่งออกเป็นแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายทั้งปลูกสร้างอาคารและบ้านพักเพื่อให้เช่าหรือขายแก่บุคคลภายนอกตามวัตถุประสงค์ข้อ 14 ในหนังสือรับรองและนายนพรัตน์ นพรัตน์ศิริ ซึ่งรับราชการกองทะเบียนที่ดินกรมที่ดิน เบิกความเป็นพยานจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินตามเอกสารหมาย ล.2 จำนวน 5 แปลง แล้วต่อมาจำเลยที่ 1 ได้ขอแบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยได้ 4,992 แปลง

ดังนั้นการที่จำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 นำที่ดินของจำเลยที่ 1ออกจัดสรรขายให้แก่บุคคลทั่วไป เมื่อมีลูกค้ามาติดต่อขอซื้อลูกค้าก็จะทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับจำเลยที่ 2 และทำสัญญาว่าจ้างให้จำเลยที่ 2 ก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่จะซื้อจะขายกันด้วยเมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จำเลยที่ 1 ก็จะส่งพนักงานออกไปทำนิติกรรมจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 2 นอกจากจำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 2แล้ว ตามสัญญาดังกล่าวยังมีข้อความระบุว่าโอนขายบ้านบนที่ดินซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจ้างก่อสร้างให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 2อีกด้วย จึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่า สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและสัญญารับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินที่จำเลยที่ 2 ทำกับลูกค้านั้นมีผลผูกพันจำเลยที 1 นั่นเอง

พฤติการณ์ดังกล่าวจึงถือได้ว่าในการจัดสรรที่ดินและรับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดินนั้น จำเลยที่ 1ได้เชิดจำเลยที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทนของตนหรือรู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 2 เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดโอนที่ดินและบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยที่ 1 อ้างรูปเรื่องไม่ตรงกับคดีนี้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สะสม สิริเจริญสุข · สมชัย สายเชื้อ · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้