คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 134 หมู่ที่ 1ตำบลสวนผึ้ง กิ่งอำเภอสวนผึ้งจังหวัดราชบุรี เนื้อที่ 19 ไร่1 งาน 32 ตารางวา เฉพาะส่วนของจำเลยเป็นเนื้อที่ 2 ไร่ ให้แก่โจทก์ หากไม่โอนให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรจะฎีกาได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าสัญญาซื้อขายที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.18 มีผลใช้บังคับได้หรือไม่ โจทก์มีตัวโจทก์เป็นพยานเบิกความว่า จำเลยกับนายวิฑูรย์และนางจันทนาได้แบ่งแยกกันครอบครองที่ดินตามรูปแผนที่สังเขปหมาย จ.5 มาตั้งแต่ปี 2522 กับมีนางอารีย์พันธ์ ครุฑระเบียบเป็นพยานเบิกความประกอบคำเบิกความของโจทก์ในเรื่องการซื้อขายที่พิพาทว่า จำเลยได้ขายที่พิพาทและได้รับเงินค่าที่ดินจากโจทก์แล้วตั้งแต่ปลายปี 2523 เห็นว่า หากที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินส่วนที่จำเลยครอบครองเป็นส่วนสัด โจทก์ก็คงจะเข้าไปครอบครองทำประโยชน์เสียแต่ในปี 2523 ที่ซื้อและชำระราคาเสร็จ แต่โจทก์ก็หาได้กระทำการเช่นนั้นไม่ จำเลยมีตัวจำเลย นายวิฑูรย์และนางจันทนาเป็นพยานเบิกความว่า
จำเลยกับนายวิฑูรย์และนางจันทนายังไม่ได้แบ่งแยกกันครอบครองที่ดินซึ่งเป็นเจ้าของรวมนั้น นอกจากนี้ยังได้ความจากจำเลย นายวิฑูรย์และนางจันทนาว่า ในที่ดินพิพาทมีห้องแถวของนายวิฑูรย์และนางจันทนาปลูกอยู่กับใช้ทำตลาดนัดจำเลยและนายวิฑูรย์ให้นางจันทนาปกครองดูแลที่ดิน นางจันทนาเก็บผลประโยชน์แบ่งปันให้จำเลยและนายวิฑูรย์ทั้งยังปรากฏว่าจำเลยกับนายวิฑูรย์และนางจันทนาเคยขอแบ่งแยกที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6 และ จ.20 แต่ตกลงกันไม่ได้โดยต่างคนต่างต้องการจะได้ที่ดินด้านตะวันออกซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุด จึงขอยกเลิกการแบ่งแยกไปทั้งสองครั้ง และนายวิฑูรย์กับนางจันทนาต่างไม่มีใครรู้เรื่องที่จำเลยทำสัญญาขายที่พิพาทให้โจทก์เช่นนี้พยานหลักฐานของจำเลยจึงมีน้ำหนักดีกว่า
น่าเชื่อว่าจำเลยกับนายวิฑูรย์และนางจันทนาไม่ได้แบ่งแยกกันครอบครองที่ดิน และนายวิฑูรย์กับนางจันทนามิได้ยินยอมให้จำเลยทำสัญญาขายที่พิพาทแก่โจทก์สัญญาซื้อขายที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.18 เป็นการขายตัวทรัพย์จะขายโดยมิได้รับความยินยอมของนายวิฑูรย์และนางจันทนาผู้เป็นเจ้าของรวมหาได้ไม่ ทั้งนี้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สัญญาซื้อขายที่พิพาทตามเอกสารหมาย จ.18 ไม่มีผลใช้บังคับชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน