Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2490 (เลขอ้างอิง 50233)

พ.ศ. 2490 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกฟ้องว่าจดข้อความที่รู้ว่าเท็จในรายงานชันสูตรพลิกศพ ว่าผู้ตายผูกคอตายเองไม่มีใครทำให้ตาย แต่ความจริงจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตาย ตาย และถูกฟ้องอีกสำนวนหนึ่ง ว่าจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตาย ตาย เมื่อศาลพิจารณาคดีสองสำนวนรวมกัน ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงในเรื่องจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตาย ฟังไม่ได้แล้ว ข้อกล่าวหาว่าจดรายงานเท็จก็ตกไปด้วยไม่จำต้องพิจารณาต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.วิ.อ. มาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ ศาลได้พิจารณาพิพากษารวมกันมา สำนวนแรกโจทก์ฟ้องหาว่า จ.ส.ต.อั้นจำเลย ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ไปทำการชันสูตรพลิกศพนายอยู่ซึ่งมีผู้มาแจ้งว่าผูกคอตาย จำเลยได้บังอาจจดข้อความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จลงในรายงานชันสูตรพลิกศพว่า "นายอยู่ผูกคอตายเอง หามีผู้ใดทำให้ตายไม่" ซึ่งความจริงจำเลยกับพวกได้สมคบกันฆ่านายอยู่ โดยแขวนคอให้ตาย ขอให้ลงโทษตามมาตรา 222, 229 และ 230 สำนวนหลังโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันฆ่านายอยู่ตาย ขอให้ลงโทษตามมาตรา 249,250ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องสองสำนวนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายส่วนเรื่องจดบันทึกเท็จนั้นพิพากษายืนโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกา เห็นว่าข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ ว่าจำเลยได้สมคบกันฆ่านายอยู่ตาย และเมื่อข้อหาในเรื่องสมคบกันฆ่านายอยู่ ฟังไม่ได้แล้ว ข้อหาในสำนวนกล่าวหา จ.ส.ต.อั้นผู้เดียวก็เป็นอันตกไปด้วยโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาต่อไปพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาถปรีชา · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2490 (เลขอ้างอิง 90152)

จำเลยถูกฟ้องว่าจดข้อความที่รู้ว่าเท็จในรายงานชัณสูตรพลิกศพ ว่าผู้ตายผูกคอตายเองไม่มีใครทำให้ตายแต่ความจริงจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตาย ตาย และถูกฟ้องอีกสำนวนหนึ่ง ว่าจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตาย ตาย เมื่อศษลพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567

คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากขาดเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 341/2562

โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า เจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นของกลาง ทั้งไม่มีคำขอท้ายฟ้องให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ แม้ในทางพิจารณาจะได้ความว่าเจ้าพนักงานตำรวจยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่จากจำเลยเป็นของกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4319/2562

แม้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบในคดีอาญาคดีอื่นที่ อ. ถูกฟ้องเป็นจำเลยไปแล้วก็ตาม แต่คดีดังกล่าว อ. ถูกฟ้องว่าเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดกับจำเลย และศาลชั้นต้นเคยสั่งให้รวมการพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12797/2558

ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 364 นั้น แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะระบุอ้าง ป.อ. มาตรา 364 ไว้ด้วย แต่โจทก์ไม่ได้กล่าวบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเข้าไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้