คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าทดแทนจำนวน 71,136 บาทและค่าทำศพจำนวน 5,928 บาท รวมเป็นเงิน 77,064 บาท แก่โจทก์จำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางจึงมีคำสั่งให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทน 71,136 บาทและค่าทำศพ 5,928 บาท แก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 13 กันยายน 2539 อ้างว่าเจ้าพนักงานศาลนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปปิดที่บ้านจำเลยที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่3 กันยายน 2539 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาคดีนี้ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด และในวันดังกล่าวจำเลยไม่อยู่บ้านเพิ่งกลับไปบ้านในวันที่ 6 กันยายน 2539 จำเลยจึงไม่อาจไปศาลได้ทันขอให้พิจารณาคดีใหม่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า เป็นการอ้างเหตุจำเป็นที่ไม่อาจมาศาลตามกำหนดได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
พ.ศ. 2522 มาตรา 41 แต่ยื่นเกินกำหนด7 วัน นับแต่ศาลพิพากษา จึงให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาใหม่นั้น เห็นว่า การขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความในคดีโดยฝ่ายที่ขาดนัดต้องยื่นคำขอภายในเวลาที่กำหนด และต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่จำเลยได้ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแรงงานกลาง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง แต่ตามคำร้องของจำเลยได้กล่าวไว้เฉพาะเหตุที่จำเลยขาดนัด ไม่ได้กล่าวเลยว่าหากมีการพิจารณาคดีใหม่แล้วจำเลยอาจชนะคดีได้อย่างไร จึงเป็นคำร้องที่มิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลแรงงานกลางย่อมไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องชอบแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน