Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินภายในกรอบเส้นสีเขียวตามรูปจำลองแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์ จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลย ซึ่งซื้อมาจาก ล. จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่ดิน และเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท ซึ่งมีราคา 100,000 บาท จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นเป็นเงิน 100,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนเท่ากับราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในศาลชั้นต้นไม่ได้ลดลง อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคแรก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2539 โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 84 หมู่ที่ 6 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ 89 ตารางวา วันที่ 14 ตุลาคม 2542 โจทก์แจ้งความประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินที่โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ต่อมาวันที่ 22 สิงหาคม 2544 จำเลยยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินทั้งแปลงดังกล่าวและนำรังวัดรุกล้ำเข้ามาในที่ดินที่โจทก์ครอบครอง โจทก์คัดค้านการรังวัดออกโฉนดที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินทำการสอบสวนเปรียบเทียบแล้วได้มีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินทั้งแปลงแก่จำเลย การกระทำของจำเลยถือเป็นการรบกวนสิทธิครอบครองที่ดินของโจทก์

ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) เลขที่ 84 หมู่ที่ 3 (เดิมหมู่ที่ 6) ตำบลตลาดใหม่ (เดิมตำบลท่าช้าง) อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ด้านทิศใต้เนื้อที่ 89 ตารางวา ตามรูปจำลองแผนที่ในกรอบเส้นสีเขียว เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดที่ดินแล้วเสร็จ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของโจทก์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา

จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลยซึ่งซื้อมาจากนางลุ่ย ทองสุข ในราคา 100,000 บาท นางลุ่ยรับมรดกและครอบครองทำประโยชน์ต่อจากนางงิ้ว แซ่ฉั่ว มารดา มาประมาณ 20 ถึง 30 ปีแล้ว จำเลยครอบครองต่อจากเจ้าของเดิมโดยสงบเปิดเผยและอย่างเป็นเจ้าของ โจทก์ไม่เคยครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท จำเลยไม่ได้นำรังวัดรุกล้ำที่ดินของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คืนค่าขึ้นศาล 1,942.50 บาท และคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยแถลงร่วมกันว่าที่ดินพิพาทคดีนี้มีราคา 100,000 บาท ตามที่จำเลยแถลงว่าได้ซื้อที่ดินพิพาทแปลงดังกล่าวมาในราคา 100,000 บาท และโจทก์ได้ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มเติมจนครบถ้วนแล้ว ราคาที่ดินพิพาทหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ไม่ใช่มีราคาไร่ละ 100,000 บาท และคิดเป็นจำนวนทุนทรัพย์ 22,250 บาท ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินภายในกรอบเส้นสีเขียวตามรูปจำลองแผนที่ท้ายคำฟ้องเป็นสิทธิครอบครองของโจทก์

จำเลยให้การว่า ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างการครอบครองเป็นของจำเลยซึ่งซื้อมาจากนางลุ่ย จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับความเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่ดิน และเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาท ในระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความเกี่ยวกับราคาทรัพย์สินที่พิพาทคือที่ดินพิพาทจำนวนเนื้อที่ 89 ตารางวา โจทก์และจำเลยแถลงรับกันว่าที่ดินพิพาทมีราคา 100,000 บาท จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในศาลชั้นต้นเป็นเงิน 100,000 บาท ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่ม ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 และวันที่ 29 เมษายน 2546 โจทก์ได้เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามจำนวนทุนทรัพย์ 100,000 บาท ครบถ้วนแล้ว

ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่า โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยเจตนายึดถือเพื่อตนมาเกินกว่า 1 ปี และนางลุ่ยก็มิได้โต้แย้งคัดค้าน ข้อเท็จจริงไม่อาจจะรับฟังได้ว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขาย และไม่อาจถือว่าโจทก์ได้สละสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นได้ว่าราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนเท่ากับราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทในศาลชั้นต้นไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด และโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ในทุนทรัพย์ 100,000 บาท เป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์สินที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินกว่า 50,000 บาท

ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคแรก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงตามอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่ชอบ ทั้งเป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวตามลำดับชั้นศาลเสียก่อน ฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่จำต้องวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้