Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินนำมาขายแก่โจทก์ โดยทำสัญญาขายลดตั๋วเงินกับโจทก์มีข้อความสำคัญว่า จำเลยได้รับเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินไปจากโจทก์แล้ว หากปรากฏว่าเมื่อตั๋วถึงกำหนดชำระโจทก์ไม่อาจเรียกเก็บเงินได้หรือมีกรณีอื่นใด ซึ่งโจทก์ต้องเสียหายไม่ได้รับชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยยอมรับผิดใช้หนี้ตามตั๋วทั้งหมดคืนแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ18.5 ต่อปี และหากโจทก์ไม่ได้รับเงินชำระหนี้ตามตั๋วฉบับใดฉบับหนึ่ง จำเลยยอมรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามสัญญาทุกประการ ดังนั้นโจทก์และจำเลยจึงมีความผูกพันกันตามสัญญาขายลดตั๋วเงินด้วยแม้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดสามปีนับแต่วันตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินเป็นเหตุให้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1001 ก็ตาม แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาขายลดตั๋วเงินได้สัญญาขายลดตั๋วเงินไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้จึงต้องใช้อายุความ10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 และวันที่ 20มีนาคม 2528 จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินนำมาขายให้โจทก์2 ฉบับ จำนวนเงิน 2,500,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ได้รับเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินไปจากโจทก์ครบถ้วนแล้วเมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนด จำเลยที่ 1 ไม่นำเงินมาชำระให้โจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดจนถึงวันฟ้องจากต้นเงินตามตั๋วทั้งสองฉบับเป็นเงิน 1,353,047.90 บาท รวมกับต้นเงินเป็น 3,853,047.90 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี จากต้นเงิน 2,500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับที่จำเลยที่ 1 ออกและขายให้โจทก์ ถึงกำหนดใช้เงินในวันที่ 12 เมษายน 2528 และ วันที่ 17 พฤษภาคม 2528ตามลำดับ การที่โจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ 7 ตุลาคม 2531 จึงเลยกำหนดเวลา 3 ปี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกัน ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ เพราะนายวิระ รมยะรูป ไม่มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลยวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้และพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ตามคำฟ้องโจทก์ประกอบเอกสารท้ายฟ้องได้ความว่าจำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 2 ฉบับ ลงวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2528 และวันที่ 20 มีนาคม 2528 เป็นเงินรวม 2,500,000บาท ถึงกำหนดชำระเงินวันที่ 12 เมษายน 2528 และวันที่ 17 พฤษภาคม2528 ตามลำดับ มาขายแก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาขายลดตั๋วเงินลงวันที่วันเดียวกับที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับกับโจทก์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 18.5 ต่อปี ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2, 3, 4 และ 5 โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกัน ตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 6 เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับถึงกำหนดใช้เงินจำเลยทั้งสองไม่ชำระโจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ต้นเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินทั้งสองฉบับพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดจนกว่าชำระเสร็จ

เห็นว่าคดีนี้จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินนำมาขายให้แก่โจทก์โดยทำสัญญาขายลดตั๋วเงินกับโจทก์มีข้อความสำคัญว่า จำเลยที่ 1ได้รับเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินไปจากโจทก์แล้ว หากปรากฏว่าเมื่อตั๋วถึงกำหนดชำระโจทก์ไม่อาจเรียกเก็บเงินได้หรือไม่กรณีอื่นใดซึ่งโจทก์ต้องเสียหายไม่ได้รับชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยที่ 1ยอมรับผิดใช้หนี้ตามตั๋วทั้งหมดคืนแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ฯลฯ และหากโจทก์ไม่ได้รับเงินชำระหนี้ตามตั๋วฉบับใดฉบับหนึ่งจำเลยที่ 1 ยอมรับผิดชดใช้ให้โจทก์ตามสัญญาทุกประการ ดังนั้น โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงมีความผูกพันกันตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวด้วย แม้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยที่ 1ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดสามปี

นับแต่วันตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดใช้เงินเป็นเหตุให้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1001 ก็ตาม แต่โจทก์ก็ยังมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญาขายลดตั๋วเงินได้ สัญญาขายลดตั๋วเงินไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้จึงต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30ที่แก้ไขใหม่) คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม2531 ยังไม่พ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันทำสัญญาขายลดตั๋วเงินฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้