Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2553 (เลขอ้างอิง 501955)

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความเป็นกลางและเป็นอิสระของอนุญาโตตุลาการถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้แก่คู่พิพาท หากอนุญาโตตุลาการปราศจากเสียซึ่งความเป็นกลางและเป็นอิสระแล้ว คู่พิพาทก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรมและกระบวนการอนุญาโตตุลาการก็จะไม่ได้รับการยอมรับ บทบัญญัตินี้จึงเป็นบทกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 จึงไม่มีเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางและเป็นอิสระของผู้คัดค้านที่ 1 ในการปฏิบัติหน้าที่อนุญาโตตุลาการเพื่อพิจารณาข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ดังนั้น การที่ผู้ร้องทั้งสามสำนวนอุทธรณ์คัดค้านว่าผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งได้รับเลือกเป็นประธานอนุญาโตตุลาการขาดความเป็นกลางและเป็นอิสระ จึงเป็นการกล่าวอ้างคัดค้านว่าคำสั่งศาลชั้นต้นขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ตามมาตรา 45 (2) แห่งพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ลงชื่อโอนหุ้นให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาย่อมต้องรู้อยู่ก่อนแล้วว่าหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ออกในนามของตนเอง แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะเห็นว่าตนไม่มีส่วนได้เสียในการซื้อหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 แต่ผู้คัดค้านที่ 1 ก็มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวซึ่งอาจเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของตนให้คู่พิพาททราบ การที่ผู้คัดค้านไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการขัดต่อหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการตามมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ผู้คัดค้านที่ 1 จึงไม่อาจทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการรวมทั้งเป็นประธานอนุญาโตตุลาการได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลชั้นต้นให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกผู้ร้องทั้งสามสำนวนว่า ผู้ร้อง เรียกผู้คัดค้านทั้งสามสำนวนว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เรียกคู่กรณีทั้งสามในสำนวนที่ 1 ที่ 2 ว่า ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ตามลำดับและเรียกคู่กรณีในสำนวนที่ 3 ว่าผู้คัดค้านที่ 5

ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสามขอให้ศาลมีคำสั่งยอมรับคำคัดค้านของผู้ร้องโดยให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าวของคณะอนุญาโตตุลาการกับให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านที่ 1 พ้นสภาพจากการเป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 50/2553 และข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 34/2543 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านทั้งสามสำนวนเป็นทำนองเดียวกันว่า ผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ได้มีหนังสือชี้ชวนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในกิจการของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 ได้รับหนังสือชี้ชวนดังกล่าวด้วย แต่ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ต้องการซื้อหุ้นจึงมอบใบจองซื้อหุ้นให้ผู้ใต้บังคับบัญชาไป ต่อมาจึงทราบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 1 ได้ซื้อหุ้นในกิจการของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ในนามของผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ดีผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 1 ได้ขายหุ้นดังกล่าวไปตั้งแต่ปี 2538 อันเป็นเวลามากกว่า 5 ปี ก่อนหน้าที่จะมีการแต่งตั้งผู้คัดค้านที่ 1 เป็นอนุญาโตตุลาการและประธานอนุญาโตตุลาการ ทั้งเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้คัดค้านที่ 1 เพิ่งทราบในภายหลัง ไม่อยู่ในสถานะที่ผู้คัดค้านที่ 1 จะเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ผู้คัดค้านที่ 1 ทำหน้าที่ในฐานะอนุญาโตตุลาการในข้อพิพาทต่างๆ รวมทั้งข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 30/2543 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 36/2544 ด้วยความซื้อสัตย์ สุจริต เป็นกลาง และเป็นอิสระ ไม่มีผลประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดมาโดยตลอด เหตุที่คณะอนุญาโตตุลาการร่วมกันวินิจฉัยยกคำคัดค้านของผู้ร้องเนื่องจาก ผู้ร้องไม่ได้แสดงรายละเอียดและหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาชี้ขาดคำคัดค้านภายในระยะเวลาที่คณะอนุญาโตตุลาการกำหนด ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามสำนวนให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านทั้งห้า โดยกำหนดค่าทนายความสำหรับผู้คัดค้านที่ 1 สำนวนละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 9,000 บาท ค่าทนายความสำหรับผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 4 ในสำนวนที่ 1 และที่ 2 รวมกันสำนวนละ 7,500 บาท รวมเป็นเงิน 15,000 บาท และค่าทนายความสำหรับผู้คัดค้านที่ 5 ในสำนวนที่ 3 เป็นเงิน 3,000 บาท

ผู้ร้องทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยประการแรกว่า ผู้คัดค้านที่ 1 เป็นผู้ถือหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 การที่ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เปิดเผยการถือหุ้นหรือการมอบสิทธิการจองซื้อหุ้นให้แก่ผู้ใกล้ชิดแสดงถึงความไม่สุจริตของผู้คัดค้านที่ 1 เป็นการไม่ชอบและเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางและเป็นอิสระของผู้ทำหน้าที่อนุญาโตตุลาการ ซึ่งการเปิดเผยข้อเท็จจริงเป็นคุณสมบัติและหน้าที่สำคัญของอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 19 ข้อบังคับกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2533 ข้อ 14 ข้อบังคับสำนักงานศาลยุติธรรมว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2546 ข้อ 15 และประมวลจริยธรรมอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ ข้อ 12 และข้อ 14 และโดยที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ

พ.ศ.2545 มาตรา 19 บัญญัติว่าอนุญาโตตุลาการต้องมีความเป็นกลางและเป็นอิสระและต้องมีคุณสมบัติตามที่คู่พิพาทได้ตกลงกัน ดังนั้น คุณสมบัติเรื่องความเป็นกลางและความเป็นอิสระนี้จึงเป็นคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนดให้เป็นคุณสมบัติของอนุญาโตตุลาการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดหรือได้รับการแต่งตั้งจากผู้ใด นอกจากนี้ คู่พิพาทยังไม่สามารถที่จะทำความตกลงยกเว้นคุณสมบัติเรื่องความเป็นกลางและเป็นอิสระด้วย ทั้งนี้เพราะเมื่ออนุญาโตตุลาการทำหน้าที่ชี้ขาดข้อพิพาทให้แก่คู่พิพาทแล้ว คู่พิพาทจะต้องผูกพันตามคำชี้ขาดนั้น ตามบทบัญญัติ มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 คุณสมบัติของอนุญาโตตุลาการในเรื่องความเป็นกลางและเป็นอิสระจึงเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่จะเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้แก่คู่พิพาท

หากอนุญาโตตุลาการปราศจากเสียซึ่งความเป็นกลางและเป็นอิสระแล้ว คู่พิพาทก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรมและกระบวนการอนุญาโตตุลาการก็จะไม่ได้รับการยอมรับ บทบัญญัตินี้จึงเป็นบทกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การที่ผู้ร้องทั้งสามสำนวนอุทธรณ์คัดค้านว่าผู้คัดค้านซึ่งได้รับเลือกเป็นประธานอนุญาโตตุลาการขาดความเป็นกลางและเป็นอิสระ จึงเป็นการกล่าวอ้างคัดค้านว่าคำสั่งศาลชั้นต้นขัดต่อหลักการพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมในการที่บุคคลจะทำหน้าที่วินิจฉัยและตัดสินข้อพิพาท อันขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องด้วยข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ตามมาตรา 45 (2) แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 แล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสามสำนวนจึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย

ประการต่อมามีว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะประธานอนุญาโตตุลาการขาดคุณสมบัติเรื่องความเป็นกลางและเป็นอิสระหรือไม่ ได้ความจากผู้คัดค้านที่ 1 เบิกความเป็นพยานว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ได้รับใบจองซื้อหุ้นของบริษัทผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 แต่ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่ได้เข้าจองซื้อหุ้นเพราะเล่นหุ้นไม่เป็นจึงมอบใบจองซื้อหุ้นให้แก่นางสาวจิตรสุดาซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา โดยได้ลงลายมือชื่อในใบจองซื้อหุ้นด้วย และตอบคำถามผู้ร้องทั้งสามสำนวนว่า ภายหลังจากที่พยานมอบใบจองซื้อหุ้นให้แก่นางสาวจิตรสุดาแก้ว ไม่ทราบว่ามีการออกใบหุ้นในชื่อของพยาน พยานไม่เคยเซ็นรับทราบเกี่ยวกับเรื่องการออกใบหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 นางสาวจิตรสุดาพยานผู้คัดค้านที่ 1 เบิกความว่า

พยานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้คัดค้านที่ 1 มานานกว่า 14 ปี ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่เคยเล่นหุ้นและไม่สนใจเล่นหุ้น เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ได้รับใบจองซื้อหุ้นบริษัทผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ซึ่งเสนอมาให้แก่พนักงานอัยการตามตำแหน่งนั้น ผู้คัดค้านที่ 1 ไม่สนใจแต่พยานสนใจจะซื้อ จึงขอใบจองซื้อหุ้นจากผู้คัดค้านที่ 1 และพยานทราบจากเจ้าหน้าที่ที่นำใบจองซื้อหุ้นมาเสนอว่าเป็นการเสนอใบจองซื้อหุ้นให้ตามตำแหน่ง ในการซื้อหุ้นจึงต้องซื้อในนามผู้คัดค้านที่ 1 โดยพยานชำระค่าหุ้นเป็นเช็ค 2 ฉบับ เอกสารหมาย ค.38 และตอบคำถามค้านผู้ร้องทั้งสามสำนวนว่า พยานเคยเห็นใบหุ้นบริษัทผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ที่ออกในนามผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งหลังจากออกใบหุ้นแล้ว

ผู้คัดค้านที่ 1 เซ็นโอนหุ้นให้พยาน โดยผู้คัดค้านที่ 1 ทราบว่าพยานซื้อหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ตั้งแต่ที่พยานไปขอใบจองซื้อหุ้นแล้ว เข้าใจว่าผู้คัดค้านที่ 1 ทราบว่าหุ้นออกในชื่อผู้คัดค้านที่ 1 เมื่อได้รับใบหุ้นแล้ว เห็นว่า เช็คเอกสารหมาย ค.38 ฉบับหนึ่งระบุจำนวนเงิน 795,000 บาท และอีกฉบับหนึ่งระบุจำนวนเงิน 410,000 บาท ผู้คัดค้านที่ 1 ทราบว่านางสาวจิตรสุดามีความสนใจซื้อหุ้นของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 เพราะเป็นผู้มอบใบจองซื้อหุ้นให้เอง ต่อมาเมื่อมีการซื้อหุ้นแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ก็ทราบดีเพราะนางสาวจิตรสุดาเป็นผู้มาขอให้ผู้คัดค้านที่ 1 เซ็นชื่อโอนหุ้นให้ ผู้คัดค้านที่ 1 จึงรู้อยู่ก่อนแล้วว่าหุ้นบริษัทผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 5 ที่นางสาวจิตรสุดาจองซื้อมานั้นได้ออกในนามของผู้คัดค้านที่ 1 หาใช่เพิ่งจะรู้ภายหลัง

ดังที่ผู้คัดค้านที่ 1 กล่าวอ้างไม่แม้ผู้คัดค้านที่ 1 จะเห็นว่าตนไม่มีส่วนได้เสียในการซื้อหุ้นของนางสาวจิตรสุดา แต่ผู้คัดค้านที่ 1 มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวซึ่งอาจเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของตนให้คู่พิพาททราบ การที่ผู้คัดค้านไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการขัดต่อหน้าที่ของอนุญาโตตุลาการตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 ข้อคัดค้านของผู้ร้องทั้งสามสำนวนจึงมีน้ำหนักฟังได้ว่าผู้คัดค้านที่ 1 ขาดคุณสมบัติของอนุญาโตตุลาการในเรื่องความเป็นอิสระย่อมไม่อาจทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการรวมทั้งเป็นประธานอนุญาโตตุลาการได้แม้ผู้ร้องทั้งสามสำนวนจะมีคำขอท้ายคำร้องให้ผู้คัดค้านที่ 1 พ้นสภาพจากการเป็นประธานอนุญาโตตุลาการ แต่ก็หมายถึงว่าผู้ร้องทั้งสามสำนวนต้องการให้ผู้คัดค้านที่ 1 พ้นจากการเป็นอนุญาโตตุลาการนั่นเอง ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษามานั้น ศาลฎีกาคณะคดีปกครองไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องทั้งสามสำนวนฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ความเป็นอนุญาโตตุลาการของผู้คัดค้านที่ 1 ในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 57/2543 ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 50/2543 และข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 34/2543 สิ้นสุดลง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้และในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรุฬห์ แสงเทียน · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2515-2517/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้