Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5014/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) นั้น มุ่งหมายถึงให้ริบตัวทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ใช้ในการกระทำความผิดนั้น ๆ โดยตรงคือทรัพย์สินนั้นจะต้องเกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดด้วย การที่จำเลยใช้รถยนต์กระบะของกลางเป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม แต่ก็มิได้ความว่าจำเลยได้ใช้รถยนต์กระบะดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ อันจะให้ถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้กระทำความผิด แม้การกระทำของจำเลยตามฟ้องจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก,336 ทวิ ก็ตาม แต่ตามมาตรา 336 ทวิ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335(1) วรรคสอง หนักขึ้นเพราะเหตุที่จำเลยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ หรือพาเอาทรัพย์หรือเพื่อให้จำเลยพ้นจากการจับกุมเท่านั้น รถยนต์กระบะของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง ศาลริบไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า มีคนร้ายเอาแผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตบางซื่อของพรรคประชาธิปัตย์ และพลโทอาชวัน อินทรเกสร ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 3 แผ่น ราคา 24,000 บาท แผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตบางซื่อพรรคประชากรไทย และนางชั้น ทองเพ่งพิศผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 4 แผ่น รวมราคา 4,000 บาท แผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตบางซื่อกลุ่มพลังไทย และนายมาโนช เต็งมณีวิวัฒน์ ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 1 แผ่น ราคา 3,000 บาท ไปโดยทุจริต โดยในการลักทรัพย์ดังกล่าวคนร้ายได้ใช้รถยนต์กระบะจำนวน 1 คัน เป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกในการลักทรัพย์

การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึดรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ซึ่งใช้บรรทุกแผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งของผู้เสียหายทั้งสามดังกล่าวเป็นของกลาง ซึ่งทางสอบสวนได้ความว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์หรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าวจำเลยได้ช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสียช่วยจำหน่ายรับไว้โดยประการใด ๆ ซึ่งทรัพย์แผ่นป้ายโฆษณาหาเสียงของผู้เสียหายทั้งสามไว้จากคนร้าย โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์อันเป็นการรับของโจร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 334, 335, 336 ทวิ, 357 และสั่งริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ของกลางจำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) (ที่ถูกมาตรา 335(1) วรรคแรก), 336 ทวิ จำคุก 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน1ฎ-5140 กรุงเทพมหานครจำเลยอุทธรณ์ขอให้ไม่ริบของกลางและลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี และปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องฐานรับของโจรนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาขอให้ไม่ริบของกลางศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำผิดซึ่งศาลมีอำนาจสั่งริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งริบทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) นั้น มีความมุ่งหมายถึงให้ริบตัวทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ใช้ในการกระทำความผิดนั้น ๆ โดยตรง คือทรัพย์สินนั้นจะต้องเกี่ยวข้องเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำความผิดด้วย ซึ่งต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง ๆ ไป สำหรับคดีนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ที่บรรยายว่า ในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยใช้รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140กรุงเทพมหานคร ของกลาง เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์

การพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม แต่ก็มิได้ความว่า จำเลยได้ใช้รถยนต์กระบะดังกล่าวเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์แผ่นป้ายของผู้เสียหายทั้งสามอันจะให้ถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้กระทำความผิด แม้การกระทำของจำเลยตามฟ้องจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก, 336 ทวิก็ตาม แต่ตามมาตรา 336 ทวิ ก็เป็นเพียงบทบัญญัติให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 335(1) วรรคสอง หนักขึ้นเพราะเหตุที่จำเลยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การลักทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสาม หรือพาเอาทรัพย์ของผู้เสียหายทั้งสามที่จำเลยลักได้มานั้นไป หรือเพื่อให้จำเลยพ้นจากการจับกุมเท่านั้นรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ของกลาง จึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยได้ใช้ในการกระทำผิดฐานลักทรัพย์โดยตรง ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ของกลางนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้ริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1ฎ-5140 กรุงเทพมหานคร ของกลางเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ เพชรรุ่ง · อธิราช มณีภาค · ไพศาล เจริญวุฒิ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้