Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติในมาตรา 7 แห่ง พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2530 มิใช่บทยกเว้นหลักการในการขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย แต่เป็นบทบัญญัติถึงความสมบูรณ์แห่งสัญญาอนุญาโตตุลาการและการตั้งอนุญาโตตุลาการว่าไม่เสียไปแม้ภายหลังคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเท่านั้น ฉะนั้น แม้อนุญาโตตุลาการจะมีคำชี้ขาดให้จำเลยชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องก็จะยกมาเป็นเหตุอ้างขอรับชำระหนี้ภายใน 2 เดือน นับจากวันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดโดยอนุโลมตาม พระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 93 หาได้ไม่ เพราะผู้ร้องไม่ใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีที่ค้างพิจารณาแทนลูกหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แพ้คดี เมื่อผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หลังจากพ้นกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบที่จะไม่รับคำขอของผู้ร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งไม่รับคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้อง เพราะผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้เกินกำหนดเวลาตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ และมีคำสั่งให้รับคำขอรับชำระหนี้ของผู้ร้องไว้พิจารณาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องทำสัญญาจ้างเหมาจำเลยก่อสร้างอาคาร ผู้ร้องกับจำเลยพิพาทกันในเรื่องงานตามสัญญาจ้างดังกล่าวจึงเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดตามเงื่อนไขแห่งสัญญาจ้างเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2527 ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2530

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้ว ผู้ร้องมิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือนนับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2531 อนุญาโตตุลาการได้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยให้เข้ามาดำเนินคดีแทนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิเสธไม่เข้าว่าคดีแทนจำเลย เพราะผู้ร้องไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด จึงไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยวันที่ 14 กรกฎาคม 2532 อนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับจำเลย และวันที่ 11กันยายน 2532 ผู้ร้องได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ปฏิเสธการขอรับชำระหนี้

มีปัญหาว่าผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดหรือไม่ ผู้ร้องฎีกาว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมีผลผูกพันจำเลยและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการพ.ศ. 2530 มาตรา 7 บัญญัติว่า ความสมบูรณ์แห่งสัญญาอนุญาโตตุลาการและการตั้งอนุญาโตตุลาการย่อมไม่เสียไป แม้ในภายหลังคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และมาตรา 36 บัญญัติรับรองสัญญาอนุญาโตตุลาการและการตั้งอนุญาโตตุลาการที่มีก่อนวันที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 ใช้บังคับให้มีผลใช้ได้ต่อไป ฉะนั้น การที่ผู้ร้องนำมูลหนี้ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมาขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 2 เดือน

นับแต่วันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาด โดยอนุโลมตามมาตรา 93 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งโดยถือวันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดเป็นคดีถึงที่สุด จึงชอบที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรับคำขอรับชำระหนี้ไว้พิจารณาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 93 เป็นบทบัญญัติให้เฉพาะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีที่ค้างพิจารณาแทนลูกหนี้และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แพ้คดี มีสิทธิขอรับชำระหนี้ได้ภายใน 2เดือน นับจากวันคดีถึงที่สุด สำหรับผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนบทบัญญัติในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ

อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2530 นั้น มิใช่บทยกเว้นหลักการในการขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายล้มละลาย แต่เป็นบทบัญญัติถึงความสมบูรณ์แห่งสัญญาอนุญาโตตุลาการและการตั้งอนุญาโตตุลาการว่าไม่เสียไปแม้ภายหลังคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเท่านั้น ฉะนั้น แม้อนุญาโตตุลาการจะมีคำชี้ขาดให้จำเลยชำระหนี้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องก็จะยกมาเป็นเหตุอ้างขอรับชำระหนี้ภายใน2 เดือน นับจากวันที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 93 หาได้ไม่ เมื่อผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หลังจากพ้นกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงชอบที่จะไม่รับคำขอของผู้ร้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้