Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501/2487

พ.ศ. 2487 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทฟ้องว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ของผู้เสียหายไป จำเลยนำความมาบอกเจ้าทรัพย์ถึงเรื่องของที่หายหยู่เปนที่ถ้าต้องการเอาคืนจำเลยจะนำมาไห้ แต่ต้องเอาเงินก่อนเจ้าทรัพย์มอบไห้ไป แล้วจำเลบไม่เอาของมาคืนไห้เจ้าทรัพย์ ดั่งนี้ไม่เปนมูลความผิดถานยักยอกอันต้องอาญา

เนื้อความคำพิพากษา

โจทฟ้องว่าได้มิคนร้ายลักทรัพย์ของนายหยดไปต่อมาจำเลยนำความมาบอกต่อเจ้าทรัพย์ว่า ของที่คนร้ายลักไป หยู่เปนที่แล้ว ถ้าต้องการเอาคืน จำเลยจะนำมาไห้แต่ต้องเอาเงินจากเจ้าทรัพย์ก่อน ๑๓๕ บาท แล้วเจ้าทรัพย์มอบเ ิน ๑๓๕ บาทไห้แก่จำเลยไป แต่แล้วไม่เอาของมาคืนไห้ จำเลยยักยอกเงิน ๑๓๕ บาทนั้น ขอไห้ลงโทส สาลชั้นต้นพิพากสาลงโทส สาลอุธรน์เห็นว่า ฟ้องของโจทไม่มีมูลความผิดทางอาญาถานยักยอก พิพากสายกฟ้อง โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่า ตามข้อความที่กล่าวไน้ฟ้องของโจท ไม่ปรากตว่าของที่ถูกลักไปนั้นตกหยู่ไนความครอบครองของจำเลยหรือผู้ได ส่วนเงิน ๑๓๕ บาทนั้นจำเลยก็มิได้กล่าวว่า จะนำเอาไปถ่ายของจากผู้อื่นแต่ตามถ้อยคำกลับสแดงไห้เห็นว่า

จำเลยจะเปนผู้เอาเงินนั้น เหมือนหนึ่งเปนค่าจ้างรางวัน ฝ่ายเจ้าทรัพย์ประสงค์แต่เพียงว่าไห้ได้ของคืนก็พอไจ ฉนั้นการที่เจ้าทรัพย์มอบเงิน ๑๓๕ บาทไห้จำเลยไปก็สำหรับเปนค่าจัดการเพื่อไห้ได้ของที่หายกลับคืนมา จะเรียกว่าเจ้าทรัพย์มอบเงิน ๑๓๕ บาทไห้แก่จำเลยไว้เพื่อไห้จำเลยไช้โดยฉเพาะไนการหย่างหนึ่งหย่างไดหรือตามที่ได้กำหนดไว้ไห้ไช้อันเปนลักสนะที่ต้องด้วยนัยบัญญัติแห่งกดหมาลลักสนะอาญามาตรา ๓๑๔ หาได้ไม่ ฟ้องของโจทไม่เปนมูลความผิดถานยักยอกอันต้องอาญา จึงพิพากสายืนตามสาลอุธรน์(เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์-คง อิสรภักดี-ป. สุวรรนสร.)นายมนุนิติ + - นายเธียร + -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้