Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5005/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีระเบียบเกี่ยวกับเงินประกันความว่า "หากมีความเสียหายเกิดขึ้นอันอยู่ในความรับผิดชอบตามหน้าที่ของพนักงาน ไม่ว่าจะโดยเจตนา ไม่เจตนา ประมาทเลินเล่อ อันเป็นความผิดจากการกระทำของพนักงาน โรงพยาบาลมีสิทธิหักค่าเสียหายออกจากเงินประกันได้ทันทีตามความเป็นจริง และพนักงานต้องไม่กระทำความผิดสถานร้ายแรงตามกฎหมาย และถูกเลิกจ้างตามความผิดนั้นโรงพยาบาลจะคืนเงินประกันให้"การที่โจทก์ขาดงานอันเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเวลาติดต่อกันถึงห้าวัน ย่อมเป็นการเสียหายแก่จำเลยอยู่ในตัวและถือได้ว่าเป็นการร้ายแรง เมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุนี้จึงเข้าเกณฑ์ตามระเบียบดังกล่าว ซึ่งจำเลยมีสิทธิหักเงินประกันได้ ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทและบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า สำหรับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งจึงไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่าการกำหนดประเด็นไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบ คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 183 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 45 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างทำหน้าที่พนักงานซักรีดได้ค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 90 บาท วันที่ 30 พฤษภาคม 2533จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินประกันการทำงานค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี ค่าล่วงเวลาค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามฟ้องจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาห้าวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นการจงใจทำให้จำเลยเสียหาย ต้องจ่ายเงินเพิ่มแก่พนักงานที่ต้องทำงานมากชั่วโมงขึ้น โจทก์จึงมีสิทธิได้เงินประกันคืนเพียงบางส่วนส่วนเงินอื่น ๆ จำเลยไม่ต้องรับผิดศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า

โจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาห้าวันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างพนักงานอื่นทำงานแทนเป็นค่าล่วงเวลาวันละ 55 บาท เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายตามปกติในการดำเนินธุรกิจ มิใช่เรื่องโจทก์ออกจากงานทำให้จำเลยเสียหายโจทก์มีสิทธิรับเงินประกันคืนเต็มจำนวน พิพากษาให้จำเลยคืนเงินประกันจำนวน 2,500 บาท และจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี 540 บาทให้โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามระเบียบของจำเลยเอกสารหมาย ล.1 ข้อ 12.3 มีความว่า หากมีความเสียหายเกิดขึ้นอันอยู่ ในความรับผิดชอบของพนักงาน

ไม่ว่าจะโดยเจตนาไม่เจตนา ประมาทเลินเล่อ อันเป็นความผิดจากการกระทำของพนักงานโรงพยาบาลมีสิทธิจะหักค่าเสียหายออกจากเงินประกันได้ทันทีตามความเป็นจริง... และมีความอีกข้อหนึ่งว่า พนักงานต้องไม่กระทำผิดสถานร้ายแรงตามกฎหมายและถูกเลิกจ้างตามความผิดนั้นโรงพยาบาลจึงจะคืนเงินประกันให้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยต้องเสียค่าล่วงเวลาในการจ้างพนักงานอื่นไปวันละ 45 บาท เป็นเวลา 30 วัน เป็นเงิน 1,350 บาท เห็นว่าการที่โจทก์ขาดงานอันเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นเวลาติดต่อกันถึงห้าวันนั้นย่อมเป็นการเสียหายแก่จำเลยอยู่ในตัว และถือได้ว่าเป็นการร้ายแรง เพราะตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4) ก็ได้กำหนดไว้ชัดแจ้งแล้วว่าการละทิ้งงานติดต่อกันตั้งแต่สามวันขึ้นไปนายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อโจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุนี้ กรณีจึงเข้าเกณฑ์ตามระเบียบดังกล่าวซึ่งจำเลยมีสิทธิหักเงินประกันได้จำเลยอุทธรณ์ในประการต่อมาว่า

โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ในเรื่องนี้ในชั้นที่ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทได้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า สำหรับค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ โดย ชัดแจ้งจึงไม่เป็นประเด็นข้อพิพาท จำเลยมิได้โต้แย้งว่าการกำหนดประเด็นข้อพิพาทของศาลแรงงานดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบอย่างไรจึงต้องถือว่าคดีมีประเด็นเฉพาะที่ศาลแรงงานกลางกำหนดเท่านั้นเมื่อคดีไม่มีประเด็นเรื่องค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีอุทธรณ์ของจำเลยในเรื่องนี้จึงเป็นอุทธรณ์นอกประเด็นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินประกันให้โจทก์ 1,150 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เคียง บุญเพิ่ม · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2508/2541

แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 45 บัญญัติว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ 47 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2536

จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวอ้างว่า โจทก์ทุจริตต่อหน้าที่นำใบเสร็จไปเรียกเก็บเงินแล้วเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัว มิได้อ้างเหตุความไม่ไว้วางใจเป็นเหตุเลิกจ้าง แม้ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์กร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 103867)

โจทก์ละทิ้งหน้าที่เข้าไปนั่งคุยและนอนคุยในห้องปรับอากาศเป็นความผิดตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 7.5 ที่ว่าต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยัน ไม่เอาเวลาของการทำงานไปคุยทำให้เสียหายแก่นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2529

ข้อที่จำเลยให้การว่าโจทก์ได้กระทำการอันไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตน ฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงจงใจขัดคำสั่งหัวหน้าผู้ควบคุมการปฏิบัติงานของโจทก์ นั้น จำเลยมิได้แสดงข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2030/2528

การที่ศาลแรงงานกลางรับฟังพยานปากใดและไม่รับฟังพยานปากใดเป็นดุลพินิจในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเมื่อศาลแรงงานกลางรับฟังเป็นประการใดแล้วข้อเท็จจริงย่อมยุติคู่ความจะอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงเป็นอื่นหาได…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้