Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5000/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การมอบอำนาจให้นำคดีมาฟ้องเป็นเพียงรายละเอียดแห่งคำฟ้อง มิใช่สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอันจะต้องแสดงไว้โดยแจ้งชัด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคหนึ่ง และหนังสือมอบอำนาจก็ไม่ใช่เอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องแนบมาพร้อมคำฟ้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 คำให้การของจำเลยที่ต่อสู้ถึงการมอบอำนาจว่า จำเลยไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ได้แนบมาท้ายฟ้อง และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของโจทก์ออกไว้นานไม่เป็นปัจจุบัน จำเลยไม่เข้าใจและสามารถต่อสู้คดีได้จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวมาเป็นการไม่ชอบ เพราะถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และไม่ก่อสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกาปัญหาดังกล่าวต่อมา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้จำเลยชำระเงิน 37,143.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่โจทก์ชำระเงินไปเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 273 วัน คิดเป็นดอกเบี้ย 2,083.62 บาท รวมเป็นเงิน 39,227.60 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 37,143.98 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้โจทก์กับนางสาวสุรีรัตน์ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหาย 64,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

ระหว่างพิจารณา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกนางสาวสุรีรัตน์ เข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์และโจทก์ร่วมให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 37,143.98 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนคำฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ ยกฟ้องแย้งของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 2.1 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่ชำระเกินในส่วนฟ้องเดิม 200 บาท แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด เดิมโจทก์ใช้ชื่อว่า บริษัทโตเกียวมารีนศรีเมืองประกันภัย จำกัด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 โจทก์เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัทโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกอบกิจการประกันภัยและวินาศภัยต่างๆ โดยมีกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนโจทก์ได้ ตามสำเนาหนังสือรับรอง โจทก์โดยนายโยชิคิ และนางสาวเพ็ชร กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราบริษัทได้มอบอำนาจให้นายปกาศิต เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วง นายปกาศิตได้มอบอำนาจช่วงให้นายสุรกิจ เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์

นายสุรกิจในฐานะผู้รับมอบอำนาจช่วงแต่งตั้งตนเองเป็นทนายความ และต่อมาก่อนจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง โจทก์โดยนายปกาศิตได้รับรองแต่งตั้งให้นายสุรกิจให้เป็นทนายความของโจทก์อีกครั้ง ตามหนังสือมอบอำนาจและหนังสือมอบอำนาจช่วง และในระหว่างเกิดเหตุโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันของฝ่ายโจทก์ จำเลยฎีกาว่า ขณะที่ยื่นคำฟ้องโจทก์ไม่ได้แนบหนังสือมอบอำนาจให้นายปกาศิต เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนโจทก์มาท้ายฟ้อง ทั้งหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของโจทก์มีการออกให้ก่อนฟ้อง 1 ปี 6 เดือน และโจทก์ไม่ได้ยื่นเอกสารประกอบอำนาจหน้าที่ของกรรมการตามที่ปรากฏอยู่ในหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของโจทก์ ทำให้จำเลยไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าขณะยื่นฟ้องจำนวนกรรมการผู้มีอำนาจจะมีครบสองในสามหรือไม่ และมีการมอบอำนาจกันจริงหรือไม่ เป็นฟ้องเคลือบคลุม

เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้โดยชัดแจ้งว่า ในการฟ้องและดำเนินคดีนี้โจทก์มอบอำนาจให้นายปกาศิต เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ และให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ โดยนายปกาศิตมอบอำนาจช่วงให้นายประจักษ์ และหรือนายสุรกิจ เป็นผู้มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีนี้แทน ดังปรากฏตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจช่วง ส่วนสำเนาหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ที่มอบอำนาจให้นายปกาศิตฟ้องคดีแทนโจทก์และมีอำนาจมอบอำนาจช่วงนั้น โจทก์ระบุในคำฟ้องว่าจะนำส่งในชั้นพิจารณา และต่อมาในชั้นพิจารณาโจทก์ก็ได้ส่งสำเนาหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวต่อศาลแล้ว โดยที่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดในฐานะเป็นผู้ทำละเมิดต่อรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิ

เมื่อคำฟ้องโจทก์ได้กล่าวไว้ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ดังนี้ แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ถึงการมอบอำนาจดังกล่าวว่าจำเลยไม่สามารถตรวจความถูกต้องของหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ได้แนบมาท้ายฟ้องขณะที่ยื่นคำฟ้องได้ และหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของโจทก์ออกไว้นานไม่เป็นปัจจุบัน จำเลยไม่เข้าใจและสามารถต่อสู้คดีก็ตาม แต่ข้อที่จำเลยยกขึ้นกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดแห่งคำฟ้อง มิใช่สภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอันจะต้องแสดงไว้โดยแจ้งชัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคหนึ่ง และหนังสือมอบอำนาจก็ไม่ใช่เอกสารที่กฎหมายบังคับให้ต้องแนบมาพร้อมคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 คำให้การของจำเลยในส่วนนี้จึงไม่ก่อให้เกิดประเด็นเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 รับวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวมาเป็นการไม่ชอบเพราะถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และไม่ก่อสิทธิแก่จำเลยที่จะฎีกาปัญหาดังกล่าวต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 และยกฎีกาจำเลยให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักร อุตตโม · สุรทิน สาเรือง · ประเสริฐ นิชโรจน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายคมศักดิ์ โตโภชนพันธุ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชัยวัฒน์ เตชะวิจิตรชัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.507/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ77/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ419/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้