Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 500/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นข้าราชการตำรวจประจำอยู่ที่กองกำกับการตำรวจน้ำ ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ทำการตรวจค้นและจับกุม ฮ.กับห. ในข้อร่วมกันมียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไว้ในครอบครองและร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วจำเลยที่ 2ได้พูดว่าถ้าไม่อยากติดคุกและไม่อยากถูกประหารชีวิตให้เอาเงินมาจ่าย 1,000,000 บาท หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองให้ ศ. ขับรถตระเวนพา ฮ.กับห. ไปที่ต่าง ๆ แล้วให้ขับรถไปที่สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา หากจำเลยทั้งสองต้องการตรวจค้นและจับกุมจริง เมื่อจำเลยทั้งสองค้นพบสิ่งผิดกฎหมายแล้ว ก็ชอบที่จะจับกุมและนำผู้ต้องหาไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่ที่พบการกระทำผิดเพื่อดำเนินการต่อไปในทันที ไม่ใช่พาตระเวนไปถึงสถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อจำเลยที่ 1รับราชการเป็นตำรวจโดยได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายจำเลยที่ 1 จึงเป็นเจ้าพนักงานแม้จะรับราชการประจำอยู่ที่กองกำกับการตำรวจน้ำ ทำหน้าที่ช่างเครื่องซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของเรือที่ใช้ในราชการตำรวจน้ำก็เป็นเพียงหน้าที่เฉพาะตามคำสั่งแต่งตั้งของทางราชการแต่โดยทั่วไปจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 17 การที่จำเลยที่ 1ทำการตรวจค้นและจับกุม ฮ.กับห. จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 ย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 91, 149, 157, 337 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 5 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 83 (ที่ถูก มาตรา 149) ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149, 83 ประกอบด้วยมาตรา 86 (ที่ถูก มาตรา 149 ประกอบด้วย มาตรา 86) วางโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสอง ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้จากพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า จำเลยที่ 1รับราชการเป็นข้าราชการตำรวจประจำอยู่ที่กองกำกับการตำรวจน้ำเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2534 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2ได้ร่วมกันทำการตรวจค้นและจับกุมนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวหรือคิมมิงหัวในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษชนิดเฮโรอีนไว้ในครอบครองและร่วมกันมีและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกมีว่า จำเลยทั้งสองได้เรียกร้องเอาเงินจากนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวหรือไม่ ในส่วนนี้โจทก์มีนายเศรษฐพงษ์ หลักไชยผู้ขับรถยนต์รับจ้าง นายหลินหมิงหัวและนายฮองนึงซึงมาเบิกความสอดคล้องกันและได้ความชัดแจ้งว่า

หลังจากที่จำเลยทั้งสองตรวจค้นและพบของผิดกฎหมายจากนายฮองนึงซึงกับหลินหมิงหัวแล้วจำเลยที่ 2 ได้พูดว่าถ้าไม่อยากติดคุกและไม่อยากถูกประหารชีวิต ให้เอาเงินมาจ่าย 1,000,000 บาท และจำเลยที่ 2 ยังได้เอาสร้อยคำทองคำของนายหลินหมิงหัวไป เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานดังกล่าวประกอบข้อเท็จจริงที่จำเลยทั้งสองให้นายเศรษฐพงษ์ขับรถตระเวนพานายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวไปที่ต่าง ๆ แล้ว ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้เรียกร้องเอาเงินจากนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวจริง

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า นายเศรษฐพงษ์ผู้ขับรถยนต์รับจ้างมีสาเหตุโกรธเคืองจำเลยทั้งสอง เพราะจำเลยทั้งสองได้พูดขู่ว่าจะจับนายเศรษฐพงษ์เป็นผู้ต้องหาที่สมคบกับนายฮองนึงซึง และนายหลินหมิงหัว ส่วนนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวเป็นคนต่างด้าวไม่สามารถพูดและเข้าใจภาษาไทยเมื่อถูกพบเห็นกระทำความผิดเกรงกลัวถูกจับจึงคิดจะให้เงินจำเลยทั้งสองเพื่อให้ปล่อยตัวไป เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ยอมรับและสั่งให้นายเศรษฐพงษ์ขับรถไปที่สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยาเพื่อทำการตรวจค้นจับกุมตามกฎหมายโดยขณะที่จำเลยที่ 2 ลงไปแจ้งความนายเศรษฐพงษ์และนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัว จึงแจ้งจับจำเลยทั้งสองโดยคิดจะปัดความผิดให้พ้นตัวเอง คำเบิกความของนายเศรษฐพงษ์และนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวมีน้ำหนักน้อย

ไม่พอรับฟังลงโทษจำเลยทั้งสองนั้น ฎีกาของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ขัดกับเหตุผลและขัดกับคำเบิกความของจำเลยที่ 1 กล่าวคือจำเลยที่ 1 เบิกความว่า ในระหว่างทาง ชายจีน 2 คนนั้นไม่ได้พูดเสนอให้เงินจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เพียงแต่พูดว่าให้ไปที่บ้านซึ่งมีเพื่อนรอจะเอาของอีก 2 คนและชายจีน 2 คน ไม่ได้พูดว่าเพื่อนของเขาซึ่งอยู่ในซอยเขมามีเงินเป็นล้าน ๆ และยังเบิกความต่อไปอีกว่า จำเลยที่ 1 บอกให้นายเศรษฐพงษ์ขับรถไปที่สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา เนื่องจากจำเลยที่ 1รู้จักกับร้อยตำรวจโทวินัย ต้องการนำชาย 2 คนนั้นไปให้ร้อยตำรวจโทวินัยรู้เห็นและรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น และต้องการปรึกษาขอกำลังเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมคนซึ่งพักอยู่บ้านเดียวกันกับชาย 2 คน ที่ซอยเขมา

ศาลฎีกาเห็นว่าหากจำเลยทั้งสองต้องการจะตรวจค้นและจับกุมจริง เมื่อจำเลยทั้งสองค้นพบสิ่งผิดกฎหมายแล้วก็ชอบที่จะจับกุมและนำผู้ต้องหาไปมอบให้เจ้าพนักงานตำรวจในท้องที่ที่พบการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการต่อไปในทันทีไม่ใช่พาตระเวนไปถึงสถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยาปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า การกระทำของจำเลยที่ 1เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่การงานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนทุกนายยังต้องปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีซึ่งได้มีการแบ่งแยกการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นเหล่าเป็นแผนกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มีการก้าวก่ายหน้าที่กันเอง

จำเลยที่ 1 เป็นตำรวจน้ำ ตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีกำหนดหน้าที่ตำรวจน้ำไว้โดยเฉพาะไม่ให้มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนจับกุมจำเลยที่ 1 เป็นช่างเครื่องมีหน้าที่ซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของเรือที่ใช้ในราชการตำรวจน้ำ ไม่มีอำนาจสืบสวนสอบสวนไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และจำเลยที่ 2 ไม่อาจเป็นผู้สนับสนุนในความผิดดังกล่าวได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นตำรวจโดยได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามกฎหมายจึงเป็นเจ้าพนักงานแม้จะรับราชการประจำอยู่ที่กองกำกับการตำรวจน้ำทำหน้าที่ช่างเครื่องซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ของเรือที่ใช้ในราชการตำรวจน้ำ ก็เป็นเพียงหน้าที่เฉพาะตามคำสั่งแต่งตั้งของทางราชการแต่โดยทั่วไปจำเลยที่ 1 ยังมีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 17 การที่จำเลยที่ 1ทำการตรวจค้นและจับกุมนายฮองนึงซึงกับนายหลินหมิงหัวซึ่งกระทำความผิดต่อกฎหมาย จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่จำเลยทั้งสองฎีกาเป็นประการสุดท้ายว่า ศาลอุทธรณ์กำหนดโทษสูงเกินไป จำเลยทั้งสองไม่เคยถูกกล่าวหาคดีอาญามาก่อน จำเลยที่ 1 รับราชการปฏิบัติหน้าที่ด้วยดี เคยปฏิบัติราชการตามสำเนาบันทึกท้ายฎีกานับได้ว่าเป็นผู้มีความดีความชอบ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 สถานเบา และรอการลงโทษให้ด้วยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ราชการของจำเลยที่ 1 ตามสำเนาบันทึกท้ายฎีกานั้น เป็นการปฏิบัติงานตามหน้าที่ของจำเลยที่ 1 มิใช่เป็นความดีความชอบพิเศษ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่ปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิด แต่กลับมากระทำผิดต่อหน้าที่โดยเรียกเอาทรัพย์สินโดยมิชอบ ทั้งโทษที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดมาก็เกือบจะเป็นโทษขั้นต่ำที่สุดแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะลดโทษให้จำเลยที่ 1 อีก ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษมาก็เหมาะสมแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นทุกข้อ"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ ทักราล · สมชัย ศิริบุตร · สวรรค์ ศักดารักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้