Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง คดีแรงงาน ++ ++ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ++ โปรดดูย่อจากหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม ++ เล่มที่ 1 หน้า 22 ++ ++ ขอดูชุดพิเศษโปรดติดต่อห้องบริการเอกสารสำเนาคำพิพากษา (ห้องสมุด) ชั้น 4, 5 ++

คำฟ้องและคำให้การ

เรื่อง คดีแรงงาน ผู้ร้อง อุทธรณ์คัดค้าน คำสั่งศาลแรงงานกลาง ลงวันที่ ๑๑ เดือน กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ศาลฎีกา รับวันที่ ๑๖ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๒

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนธันวาคม ๒๕๓๔ จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายผลิต ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๔,๐๐๐ บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๕ และ๑๕ ของทุกเดือน ต่อมาวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๒ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๒๔๐ วัน เป็นเงิน๑๑๒,๐๐๐ บาท และมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๒๕ วันเป็นเงิน ๑๑,๖๐๐ บาท แต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย จำนวน ๑๑๒,๐๐๐ บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๑๑,๖๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลย เป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์และเป็นผู้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี เพราะอาจถูกโจทก์ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา และหากจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ผู้ร้องในฐานะผู้ถือหุ้นย่อมได้รับความสูญเสีย ประกอบกับกรรมการอื่นไม่ยอมร่วมกับผู้ร้องลงลายมือชื่อแต่งตั้งทนายความแก้ต่างให้จำเลย ผู้ร้องจึงขอเข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๑)(๒)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า ตามคำร้อง ผู้ร้องเป็นเพียงกรรมการผู้จัดการและเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของจำเลยเท่านั้น มิได้มีส่วนได้เสียโดยตรงจากผลของคำพิพากษา หรือมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาแต่อย่างใด กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ ให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมของผู้ร้อง และมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณา ให้พิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียว แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน๑๑๑,๙๙๙.๙๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๑๑,๖๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๒) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว

ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องมีความจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้อง และมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี ในฐานะผู้ร้องเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลย เป็นนายจ้างผู้เลิกจ้างโจทก์ และเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย ย่อมมีสิทธิขอเข้าเป็นจำเลยร่วมได้ เห็นว่าจำเลยเป็นบริษัทจำกัด มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากผู้ร้องแม้ผู้ร้องจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย แต่การที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ไม่มีผลโดยตรงต่อผู้ร้อง ส่วนการที่ผู้ร้องเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยและเป็นผู้มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ ก็เป็นการกระทำในฐานะผู้แทนจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อไม่ปรากฏเหตุอื่นใดที่จะทำให้ผู้ร้องต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

ผู้ร้องย่อมไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวต่อโจทก์ผู้ร้องจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาเป็นคู่ความเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิ และไม่มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีไม่อาจขอเข้าเป็นจำเลยร่วมได้ ศาลแรงงานกลางสั่งยกคำร้องชอบแล้วอุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส พวงมณี · สละ เทศรำพรรณ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้