คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะจ่ายเงินเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เป็นกรณีร้ายแรงและประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๔๙,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๑) จนกว่าจะจ่ายเงินเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิเคราะห์แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายผลิต เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ นายสุรเดช ทูนไธสง ผู้จัดการโรงงานมีคำสั่งโอนย้ายให้โจทก์ไปปฏิบัติหน้าที่ด้านควบคุมระบบบำบัดน้ำ นายสุรเดชเรียกโจทก์มาพบและแจ้งให้ทราบว่าจะย้ายโจทก์ไปคุมงาน ด้านอื่น โจทก์พูดกับนายสุรเดชซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาว่า "ทำได้แค่นี้เองหรือ นึกอยู่แล้วว่าจะทำอย่างนี้" ต่อมาโจทก์ ได้พูดคุยกับนางพรรณีหรือพรพรรณี วนธรรมสุจริต ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพและเป็นผู้บังคับบัญชาโจทก์ที่ห้องทำงานของนางพรพรรณีเรื่องที่จำเลยจะโยกย้ายโจทก์ดังกล่าว แล้วโจทก์ได้พูดกับนางพรพรรณีว่า
"เลว เลวกว่าที่คิดไว้เสียอีก ตัวถ่วงความเจริญบริษัท หน้าหนากว่ากระจกแผ่นนี้" แล้วใช้มือทุบกระจกโต๊ะทำงานนางพรพรรณี ก่อนเดินออกจากห้อง ยังพูดกับนางพรพรรณีว่า "เมื่อวันเสาร์นี้ไปไหน น่าจะให้นางสาวมณฑาตบหน้าเสีย ๑ ครั้ง" จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่า ถ้อยคำที่โจทก์พูดต่อนายสุรเดชและนางพรพรรณีมีลักษณะเป็นการเสียดสีและสบประมาทผู้บังคับบัญชา ส่วนการใช้มือทุบโต๊ะทำงานนางพรพรรณีก็เป็นการแสดงกิริยาก้าวร้าวต่อผู้บังคับบัญชา การกระทำของโจทก์จึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย แต่การกระทำของโจทก์ดังกล่าวก็เนื่องจากโจทก์ถูกโยกย้ายงานเพื่อมิให้เกิดการเผชิญหน้ากับนางพรพรรณีที่โจทก์แสดงออกว่าโจทก์ไม่ยอมรับนับถือและเคลือบแคลงใจ การกระทำของโจทก์ยังไม่ถึงขนาดเป็นการปฏิบัติเลวทรามเพราะจงใจฝ่าฝืนศีลธรรมหรือจารีตประเพณี ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการ กระทำอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง?
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน .