Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4996/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถบังคับชำระหนี้ได้เป็นข้ออ้างที่ใช้โต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกันจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะยกขึ้นโต้แย้งหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน72,164.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี แก่โจทก์แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินอันเป็นทรัพย์จำนอง เพื่อบังคับชำระหนี้และขายทอดตลาดเมื่อวันที่22 ธันวาคม 2532 ได้เงิน 340,000 บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้อง ตามคดีหมายเลขแดงที่ 707/2530 ของศาลจังหวัดพิจิตร โดยศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 358,321.81 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ ผู้ร้องได้ดำเนินการบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินจำเลยและพวกออกขายทอดตลาด แต่ยังไม่พอชำระหนี้ครบถ้วน ยังค้างชำระอยู่จนถึงวันยื่นคำร้องเป็นเงิน 257,682.05 บาท จำเลยไม่มีทรัพย์อื่นใดที่ผู้ร้องจะบังคับชำระหนี้ได้ครบถ้วน ผู้ร้องจึงขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีนี้โจทก์ไม่คัดค้าน แต่แถลงว่า โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำนองมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น

ขอให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาหักชำระหนี้โจทก์ก่อน หากเหลือจึงค่อยเฉลี่ยชำระหนี้ผู้ร้องจำเลยคัดค้านว่า ผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่อ้างว่าจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นไม่เป็นความจริง ผู้ร้องได้ยึดที่ดินมีโฉนดของจำเลยที่จังหวัดพิจิตรได้ และยังไม่ได้ขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวมีราคามากกว่าจำนวนหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้ผู้ร้องอยู่และคดีนี้เป็นเรื่องบังคับจำนอง หากผู้ร้องจะมีสิทธิก็แต่เพียงขอรับชำระหนี้ในส่วนที่เหลือจากชำระหนี้โจทก์แล้ว ไม่มีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่เหลือจากการขายทรัพย์สินในคดีนี้ภายหลังจากชำระหนี้แก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จำนองแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยังมีทรัพย์สินอย่างอื่นอีกสามารถเอาชำระหนี้ได้ ศาลจะอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ไม่ได้และผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น เห็นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย แม้จะมีทรัพย์สินอย่างอื่นของจำเลยที่ผู้ร้องนำยึดไว้และยังไม่ได้ขายทอดตลาดให้เสร็จสิ้น แต่ถ้าขายทอดตลาดแล้วก็ไม่แน่ว่าจะได้รับเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้ผู้ร้องได้ครบถ้วนหรือไม่ นอกจากทรัพย์สินที่ถูกยึดแล้วจำเลยไม่มีทรัพย์สินอื่นใดอีก และหากให้รอการขายทอดตลาดทรัพย์สินอย่างอื่นที่ผู้ร้องนำยึดไว้เสียก่อนย่อมล่วงเลยกำหนดเวลาที่ผู้ร้องจะยื่นคำขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ได้ ถึงอย่างไรก็ตามโจทก์หาได้คัดค้านคำขอเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของผู้ร้องแต่อย่างใดไม่ซึ่งตามมาตรา 290 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ข้อที่จำเลยอ้างว่า

จำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถบังคับชำระหนี้ได้เป็นข้ออ้างที่ใช้โต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน จำเลยผู้เป็นเจ้าหนี้จะยกขึ้นโต้แย้งหาได้ไม่ และไม่มีเหตุที่จะฟังว่าผู้ร้องใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จากเงินที่เหลือจากการขายทรัพย์สินในคดีนี้ภายหลังจากชำระหนี้แก่โจทก์ ผู้เป็นเจ้าหนี้จำนองแล้วและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพโรจน์ คำอ่อน · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้