Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 498/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป 5,000 บาท แล้วนำสืบว่าจำเลยเคยยืมเงินโจทก์ที่ 1 บิดาโจทก์ที่ 2 ไป 2,800 บาท ไม่ได้ทำสัญญากัน ต่อมาขอยืมอีก โจทก์ที่ 1 ให้ถามโจทก์ที่ 2 ดู โจทก์ที่ 2 ให้ยืมและได้เขียนสัญญากู้กันเป็นเงิน 5,000 บาท และโจทก์ที่ 2 ได้จ่ายเงินอีก 2,200 บาท ให้จำเลยไปแล้ว ดังนี้ แม้จะมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์มาก่อน 2,800 บาท แต่ก็เป็นเรื่องโจทก์นำสืบถึงความเป็นมาของจำนวนเงินกู้ตามสัญญา จึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น แม้ในสัญญากู้ดังกล่าวนั้นจะมิได้ระบุว่าได้ทำสัญญาให้ไว้แก่โจทก์ที่ 2 ด้วย แต่ในช่องผู้ให้กู้ยืม คือเจ้าของเงินนั้น โจทก์ที่ 2 ได้ลงชื่อร่วมกับโจทก์ที่ 1 ด้วย ถือได้ว่าโจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจำเลยด้วย มีอำนาจฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ไปเมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๐๑ เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ได้รับเงินไปเสร็จแล้ว ปรากฏตามสัญญากู้ท้ายฟ้อง จำเลยไม่ชำระเงินกู้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้โจทก์ ขอให้บังคับจำเลย

จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้ทำสัญญาท้ายฟ้องกับโจทก์จริง แต่รับเงินไป ๒,๒๐๐ บาท ส่วนอีก ๒,๘๐๐ บาทนั้นคิดเป็นดอกเบี้ยล่วงหน้าเข้าไว้ด้วยแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากตามเจตนาแท้จริงได้ตกลงกันไว้ว่าให้ที่ดินเป็นประกันเงินกู้หลุดเป็นสิทธิตีใช้หนี้โจทก์ แต่ถ้าจำเลยเอาที่ดินคืนหรือเนื้อที่ไม่ได้ตามที่เอาประกันไว้ โจทก์จะเอาดอกเบี้ย ๒,๘๐๐ บาทพร้อมด้วยเงินต้นคืน ต่อมาที่ดินเนื้อที่น้อยลง โจทก์ไม่เอาที่ดินมาฟ้องเอาต้นเงินเกินความจริง โจทก์ที่ ๒ มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินกู้แก่โจทก์ ๕,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเคยยืมเงินโจทก์ที่ ๑ ผู้เป็นบิดาโจทก์ที่ ๒ ไป ๒,๘๐๐ บาท ไม่ได้ทำสัญญากัน ต่อมาจำเลยมาขอยืมเงินโจทก์ที่ ๑ อีก โจทก์ที่ ๑ ไม่มีว่าให้ถามโจทก์ที่ ๒ ดู โจทก์ที่ ๒ ว่ามี แต่ต้องทำสัญญาจึงจะให้ยืม จำเลยก็ตกลงยืมและได้เขียนสัญญากู้กันเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท และโจทก์ที่ ๒ ได้จ่ายเงินอีก ๒,๒๐๐ บาท ให้จำเลยไป

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ที่ ๒ ไม่ใช่คู่สัญญา ไม่มีอำนาจฟ้อง (สัญญากู้ท้ายฟ้อง มีข้อความตอนต้นว่า จำเลยได้ทำหนังสือกู้ยืมเงินให้ไว้แก่โจทก์ที่ ๑ แต่ในช่องผู้ให้กู้ยืมเงินท้ายสัญญา มีลายมือชื่อโจทก์ทั้งสอง) นั้น เห็นว่า ตามสัญญากู้ในช่องผู้ให้กู้ยืม คือ เจ้าของเงินนั้นโจทก์ที่ ๒ ได้ลงชื่อไว้แล้ว จึงถือได้ว่าเป็นคู่สัญญากับจำเลยนั้น ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าจำเลยเคยกู้เงินโจทก์มาก่อน ๒,๘๐๐ บาท โจทก์จะนำสืบไม่ได้ เป็นการนอกประเด็นนั้น เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องโจทก์นำสืบถึงความเป็นมาของจำนวนเงินกู้ตามที่ปรากฏในสัญญา โจทก์จึงนำสืบได้ หาใช่นอกประเด็นไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชุมพร - นายปรีชา วิลาวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเศียน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2538

แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเพราะเห็นว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1209/2537

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2531โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ตามสัญญากู้เงิน2 ฉบับ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2518 ไม่มีกำหนดเวลาชำระเงินคืนมีจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็นผู้ค้ำประกันต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2549

หนังสือขอกู้เงินและบันทึกต่อท้ายขอยืมเงินเพิ่มเอกสารหมาย จ.7 ด้านหน้ามีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยมีความจำเป็นขอยืมเงินจากโจทก์เป็นการส่วนตัวก่อน 14,000 บาท กับที่เคยยืมแล้ว 200,000 บาท รวมจำนวนเงินยืม 21…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2549

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์โดยจำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันการกู้ยืม จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้ยืมเงินโจทก์ แต่จำนองที่ดินพิพาทประกันหนี้ของ ส. บุตรชายจำเลย ดังนี้เป็นการต่อสู้ว่าไม่มีหนี้ตามสัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3498/2546

ปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีไว้ จึงไม่มีประเด็นในเรื่องดังกล่าวทั้งมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และเรื่องฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้