Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 497/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนมาตรา 88 และมาตรา 90 แต่ในมาตรา 87(2) นั้นเองบัญญัติต่อไปว่า "...แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้"เมื่อพยานบุคคลที่จำเลยอ้างเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญในคดีส่วนพยานเอกสารที่จำเลยอ้างก็เป็นชุดเดียวกับที่โจทก์อ้างทั้งจำเลยขอยื่นบัญชีพยานในวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อน แม้จะสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ปาก ก็ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ เนื่องจากเป็นการนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์เท่านั้น ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจึงชอบแล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินนา 2 แปลง โจทก์มอบให้จำเลยไปแจ้งขอออก ส.ค.1 และขอออก น.ส.3 ก. แทนโจทก์ จำเลยได้ไปขอออก ส.ค.1 และ น.ส.3 ก. แล้วโดยใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง จำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยจะโอนที่ดินทั้งสองแปลงให้ผู้อื่น ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวคืนโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การว่า ที่ดินทั้งสองแปลงเป็นของจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่นาตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 4740 ทั้งแปลง และมีสิทธิครอบครองที่นาตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 4272 ครึ่งหนึ่ง

ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องคำขออื่นให้ยกโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยโอนที่นาพิพาททั้งสองแปลงคืนให้แก่โจทก์ ตามที่โจทก์มีสิทธิครอบครองดังกล่าวหากจำเลยไม่ยอมไปโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยซึ่งมิได้ยื่นต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันและศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยยืนตามนั้นชอบหรือไม่ คดีได้ความตามท้องสำนวนว่า ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2531 และกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนโดยนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 กรกฎาคม 2531 เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าได้บวชเป็นพระภิกษุอยู่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 26 สิงหาคม 2531ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างเหตุว่าได้รับอุบัติเหตุรถชนแพทย์สั่งให้พักรักษาตัว

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 7 ตุลาคม 2531 เวลา 8.30 นาฬิกา ในวันนัดดังกล่าวโจทก์นำพยานเข้าสืบในช่วงเช้าได้ 2 ปาก ครั้นเวลา 13.30นาฬิกา จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีพยานภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากเชื่อโดยสุจริตว่าเคยยื่นไว้พร้อมกับวันที่ยื่นคำให้การเพราะมีบันทึกไว้ในปกสำนวนคดีของทนายจำเลยและก่อนหน้าที่โจทก์จำเลยจะหาทางเจรจากันหลายครั้ง ประกอบกับทนายจำเลยประสบอุบัติเหตุไม่ได้มาศาลด้วยตนเองทำให้หลงลืมตรวจสอบรายละเอียดในการดำเนินคดีจำเลยมิได้มีเจตนาจะฝ่าฝืนหรือจงใจจะไม่ยื่นบัญชีพยาน จึงขอยื่นบัญชีระบุพยานบุคคล 6 อันดับ และพยานเอกสาร 1 อันดับ เห็นว่า

แม้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนมาตรา 88 และมาตรา 90 คือต้องยื่นบัญชีพยานและยื่นสำเนาเอกสารต่อศาล และส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ก็ดี แต่ในมาตรา 87(2) นั้นเองบัญญัติต่อไปว่า "...แต่ถ้าศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นจะต้องสืบพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของอนุมาตรานี้ให้ศาลมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้" จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยซื้อที่นาหนองเบนจากนางมีมารดาโจทก์ และซื้อที่นาทุ่งจากบุคคลภายนอก เมื่อทางราชการประกาศออก น.ส.3 ก.โดยภาพถ่ายทางอากาศ จำเลยได้ยื่นคำขอออก

น.ส.3 ก. ในที่ดินทั้งสองแปลงเป็นชื่อของจำเลยมิได้ทำแทนโจทก์ ฉะนั้นพยานบุคคลที่จำเลยอ้างเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่นาพิพาททั้งสองแปลง จึงเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญในคดี ส่วนพยานเอกสารที่จำเลยอ้างนั้นก็เป็นชุดเดียวกับที่โจทก์อ้าง ทั้งจำเลยขอยื่นบัญชีพยานในวันนัดสืบพยาน แม้จะสืบพยานโจทก์ไปแล้ว 2 ปาก ก็ไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบ เนื่องจากเป็นการนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์เท่านั้นการที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจสั่งรับบัญชีพยานของจำเลยเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยยืนตามนั้นจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 589738)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 633736)

ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่ความที่มีความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้