Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4951/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยอมรับที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของเจ้าของเดิมของที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 ให้เส้นทางพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินดังกล่าวด้านทิศใต้กว้าง 1.5 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินดังกล่าวแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านหลังใช้เป็นทางเดินและเมื่อแรกที่จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 ก็ได้ทำรั้วโดยเว้นทางพิพาทไว้อันเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ดังนั้นจำเลยจึงไม่มีสิทธิปิดกั้นทางพิพาทและต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในทางพิพาทออกไป โจทก์ใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงเป็นการใช้โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 จึงไม่อาจได้ภารจำยอมโดยอายุความและข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่เป็นทรัพยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 4 จึงไม่เป็นภารจำยอม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7087 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7085 จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7088 โดยรับโอนมาจากร้อยเอกบุญเลิศที่ดินทั้งหมดดังกล่าวเดิมเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1466 ตำบลบางระมาด(ตลิ่งชัน) กรุงเทพมหานคร ของนางเฉลิม เมื่อปี 2511นางเฉลิมแบ่งขายให้แก่โจทก์ที่ 1 และบุคคลอื่น ๆ ที่ดินแปลงนี้อยู่ติดกับซอยพลากรซึ่งเป็นทางสาธารณะ เมื่อแบ่งแยกแล้วที่ดินของโจทก์ที่ 1 กับที่ดินของโจทก์ที่ 2 ไม่มีทางออกไปสู่ซอยพลากรขณะซื้อที่ดินได้มีข้อตกลงกันว่านายแฉล้มและร้อยเอกบุญเลิศซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินอยู่ติดกับซอยพลากรต้องเว้นที่ดินหรือสละสิทธิครอบครองที่ดินของตนเองคนละ 1.50 เมตร

รวม 3 เมตรยาวตลอดแนวเพื่อเป็นทางสำหรับโจทก์ทั้งสองเข้าและออกซอยพลากรได้โจทก์ที่ 1 นายแฉล้มและร้อยเอกบุญเลิศจึงได้สร้างถนนขึ้นตามข้อตกลงดังกล่าวกว้าง 3 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินของโจทก์ทั้งสองจนถึงซอยพลากรมาตั้งแต่ปี 2511 โจทก์ทั้งสองได้ใช้ถนนดังกล่าวเข้าออกจากบ้านของโจทก์สู่ซอยพลากรตลอดมาเป็นระยะเวลาเกินกว่า10 ปี ทางดังกล่าวจึงตกเป็นภารจำยอมตามกฎหมายแล้ว เมื่อปี 2521จำเลยทั้งสองได้ซื้อที่ดินจากนายแฉล้มแปลงที่อยู่ติดกับซอยพลากรซึ่งส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงนี้ตกเป็นทางภารจำยอมดังกล่าวแล้วโดยที่จำเลยทั้งสองก็รู้อยู่แล้วว่าส่วนหนึ่งของที่ดินแปลงนี้ตกเป็นทางภารจำยอม เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2530 จำเลยทั้งสองปิดกั้นทางดังกล่าวทำให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถใช้ประโยชน์ในทางภารจำยอมได้เช่นเดิม

ทำให้โจทก์ทั้งสองเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 โดยไม่สุจริต ทางซึ่งอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสองกว้าง 1.50 เมตร ยาวจดซอยพลากร ประมาณ 24 เมตรเป็นทางภารจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 7087 และเลขที่ 7085 ให้จำเลยทั้งสองไปทำการจดทะเบียนว่าทางดังกล่าวเป็นทางภารจำยอม หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองรื้อสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในทางภารจำยอมออกไปให้หมดและทำทางภารจำยอมให้กลับคืนสภาพเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสองเอง หากจำเลยทั้งสองไม่กระทำให้โจทก์ทั้งสองกระทำการแทนจำเลยทั้งสองได้โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและห้ามมิให้จำเลยทั้งสองและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องอีก ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 200,000บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ 1 นายแฉล้มและร้อยเอกบุญเลิศไม่เคยตกลงเว้นที่ดินหรือสละสิทธิครอบครองที่ดินตามที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 และเลขที่ 7088 ฝ่ายละ 1.50 เมตรรวม 3 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินเพื่อให้เป็นทางภารยทรัพย์ของที่ดินโฉนดเลขที่ 7087 และเลขที่ 7085 ทางเข้าบ้านโจทก์ที่ 1 ที่ใช้อยู่เดิมเป็นคันดินกว้างเพียง 1 เมตร จากซอยพลากรไปจนถึงที่ดินของโจทก์ทั้งสอง คันดังกล่าวอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 กว้างประมาณ 0.5 เมตร และอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 กว้างประมาณ0.5 เมตร โจทก์ที่ 1 ใช้คันดินดังกล่าวเป็นทางเข้าที่ดินของโจทก์ที่ 1 โดยวิสาสะ โจทก์ที่ 2 ไม่เคยใช้ทางดังกล่าวแต่อย่างใดทางดังกล่าวจึงไม่ใช่ทางภารจำยอมโจทก์ทั้งสองมิได้เสียหายตามฟ้องขอให้ยกฟ้องกับขอให้ห้ามมิให้โจทก์ทั้งสองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือกระทำการใด

ๆ ในที่ดินของจำเลยทั้งสอง หากปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองใช้ที่ดินของจำเลยทั้งสองเป็นทางเดินมีเนื้อที่กว้าง .50 เมตรยาวประมาณ 24 เมตร คิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมด 12 ตารางเมตร ก็ให้โจทก์ทั้งสองชำระเงินตอบแทนค่าใช้ประโยชน์ในที่ดินของจำเลยทั้งสองเป็นเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ทางซึ่งโจทก์ทั้งสองใช้เข้าออกจากที่ดินของโจทก์ทั้งสองสู่ซอยพลากรเป็นทางภารจำยอมจำเลยทั้งสองจึงเรียกค่าตอบแทนในการใช้ประโยชน์จากโจทก์ทั้งสองไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 7086เฉพาะที่ดินด้านทิศใต้ซึ่งติดต่อกับที่ดินโฉนดเลขที่ 7088เลขที่ 24037 และเลขที่ 24038 ความกว้าง 1.50 เมตร ยาวตลอดแนวจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7087 และเลขที่ 7085 ไปจนจดกับซอยพลากรตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 7087 และเลขที่ 7085ตำบลบางระมาด (ตลิ่งชัน) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยทั้งสองไปทำการจดทะเบียนภารจำยอมเฉพาะที่ดินส่วนที่กล่าวมาแล้วในที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยทั้งสองปลูกสร้างในทางภารจำยอมและทำให้ทางภารจำยอมกลับคืนดีในสภาพเดิม คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ทั้งสองที่ให้จำเลยทั้งสองไปทำการจดทะเบียนภารจำยอมที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสองมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสอง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองยอมรับที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของเจ้าของเดิมของที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 ให้เว้นทางพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 ด้านทิศใต้กว้าง 1.5 เมตร ยาวตลอดแนวที่ดินโฉนดดังกล่าวแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านหลังใช้เป็นทางเดินและเมื่อแรกที่จำเลยทั้งสองเข้าอยู่อาศัยในที่ดินโฉนดเลขที่ 7086ก็ได้ทำรั้วโดยเว้นทางพิพาทไว้อันเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ดังนั้นจำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิปิดกั้นทางพิพาทและต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในทางพิพาทออกไป แต่โจทก์ทั้งสองใช้ทางพิพาทตามข้อตกลงเป็นการใช้โดยอาศัยสิทธิของเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7086 จึงไม่อาจได้ภารจำยอมโดยอายุความ และข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่เป็นทรัพยสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4จึงไม่เป็นทางภารจำยอมเช่นกันพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากทางพิพาทและทำให้ทางพิพาทกลับคืนสภาพเดิม ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารกีดขวางหรือรบกวนการใช้ทางพิพาทของโจทก์ทั้งสอง ส่วนคำขอของโจทก์ทั้งสองที่ให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้