Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4948/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์และ ก. หย่ากันโดยทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินตามใบยอมความและได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน มีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะขอจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาโดยความสมัครใจและตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน รวมทั้งสวนยางพาราที่ดิน ส.ค.1 ตามฟ้อง เห็นได้ว่าโจทก์และ ก. ประสงค์จะระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่หรือที่จะมีขึ้นต่อไปภายหน้าให้เสร็จไปด้วยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันอันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 เมื่อใบยอมความเป็นข้อตกลงกันในเรื่องเกี่ยวกับสินสมรส จึงเป็นผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับสินสมรสระงับไป โจทก์คงได้สิทธิใหม่ตามที่แสดงไว้ในใบยอมความดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 852 เท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินตามฟ้องอีก โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานต่อไป มิได้ขอให้ชนะคดีตามคำฟ้อง โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้คือชั้นละ 200 บาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์เป็นภริยานายกุศล แซ่ต๋อหรือแซ่ต่อหรือต่อไมตรี จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2491 ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาได้ร่วมกันครอบครองและทำประโยชน์สวนยางพาราที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง ส.ค.1 เลขที่ 115 หมู่ที่ 5 ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โดยโจทก์ยินยอมให้ลงชื่อนายกุศลเป็นเจ้าของแทนโจทก์ด้วย ต่อมาวันที่ 1 กรกฎาคม 2508 โจทก์และนายกุศลจดทะเบียนหย่าที่อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา ตกลงให้แบ่งสินสมรสข้างต้นแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง ครั้นวันที่ 25 มกราคม 2544 นายกุศลทำพินัยกรรมยกที่ดิน ส.ค.1 ทั้งแปลงแก่จำเลยทั้งสอง ภายหลังทำพินัยกรรมเพียง 10 วัน นายกุศลก็ถึงแก่ความตาย พินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่ผูกพันที่ดินและสวนยางพาราที่เป็นของโจทก์อยู่กึ่งหนึ่ง

ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดิน ส.ค.1 เลขที่ 115 ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เนื้อที่ 37 ไร่ 15 ตารางวา เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายกุศล แซ่ต๋อหรือแซ่ต่อหรือต่อไมตรี และให้โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและสวนยางพาราดังกล่าวกึ่งหนึ่ง ให้จำเลยทั้งสองไปดำเนินการทางทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอตะกั่วทุ่งให้โจทก์ได้ที่ดิน ส.ค.1 กึ่งหนึ่ง หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองตลอดทั้งบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินและสวนยางพาราเฉพาะส่วนของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอแบ่งสินสมรสในที่ดินและสวนยางพารากึ่งหนึ่ง เพราะสิทธิเรียกร้องขอแบ่งสินสมรสของโจทก์ระงับไปแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือสัญญาแบ่งสินสมรสที่โจทก์ทำไว้กับนายกุศล ต่อไมตรี ฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2508 ในวันจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา โดยนายกุศลตกลงแบ่งที่ดินสวนยางพาราพิพาทให้แก่โจทก์ 12 แถว โดยยื่นเรื่องแบ่งปันแก่โจทก์ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันทำสัญญา หากไม่ถือปฏิบัติให้โจทก์ฟ้องบังคับได้ตามใบยอมความและบันทึกรูปแผนที่สังเขปแสดงที่ดินสวนยางที่แบ่งปันท้ายคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า ได้ทำใบยอมความตกลงแบ่งทรัพย์สินในขณะหย่ากับนายกุศล ต่อไมตรี ตามเอกสารท้ายคำให้การของจำเลยจริง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อเท็จจริงพอวินิจฉัย จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยาน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ดิน ส.ค.1 ตามฟ้องเป็นสินสมรสซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากนายกุศลตามข้อตกลงกึ่งหนึ่ง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและมีสิทธิที่จะขอให้บังคับจำเลยทั้งสองปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องนั้น เห็นว่า การที่โจทก์และนายกุศลหย่ากันโดยทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินตามใบยอมความเอกสารท้ายคำให้การและได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงาน มีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายยินยอมที่จะจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาโดยความสมัครใจและตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน รวมทั้งสวนยางพาราที่ดิน ส.ค.1 ตามฟ้อง เห็นได้ว่าโจทก์และนายกุศลประสงค์ระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่หรือที่จะมีขึ้นต่อไปภายหน้าให้เสร็จไปด้วยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน

อันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 เมื่อใบยอมความที่โจทก์และนายกุศลทำไว้ต่อกันตามเอกสารท้ายคำให้การเป็นข้อตกลงกันในเรื่องเกี่ยวกับสินสมรส จึงเป็นผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกี่ยวกับสินสมรสระงับไป โจทก์คงได้สิทธิใหม่ตามที่แสดงไว้ในใบยอมความดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 เท่านั้น โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินตามฟ้องอีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานต่อไป มิได้ขอให้ชนะคดีตามคำฟ้อง โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คือชั้นศาลละ 200 บาท ซึ่งต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เกินมาให้แก่โจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เกินกว่าชั้นศาลละ 200 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิริชัย จิระบุญศรี · เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4888/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นผู้เอาประกันภัยโดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรวมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยและทรัพย์สิน ตาม ป.พ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15721/2558

ตามบันทึกถ้อยคำไม่รับมรดกที่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และ ก. ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทที่มีชื่อ ว. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อ. สามีของ ว. ได้มายื่นเรื่องราวขอรับมรด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้