Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4941/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 4 แล้วไปตรวจค้นอพาร์ตเมนต์ห้องเลขที่ 215 และยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีก 32,000 เม็ด นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะต้องไปตรวจค้นอยู่แล้ว การที่จำเลยที่ 4 ถูกจับกุม จึงรับว่ามีเมทแอมเฟตามีนอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 (ที่แก้ไขใหม่) ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ และตามข้อเท็จจริง แม้จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนก็ตาม แต่ในชั้นศาลจำเลยที่ 4 กลับนำสืบว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 4 เป็นการสร้างเรื่องขึ้น ซึ่งศาลก็ไม่ได้นำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยที่ 4 อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาลแต่ประการใด และไม่มีเหตุบรรเทาโทษอื่นที่จะหยิบยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อลดโทษให้แก่จำเลยที่ 4 ตาม ป.อ. มาตรา 78

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนกับกระเป๋าสะพายของกลาง ส่วนของกลางที่เหลือโจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 วรรคสอง (ที่ถูกวรรคหนึ่งและวรรคสอง), 66 วรรคสอง, 102 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ให้ประหารชีวิต และฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ประหารชีวิต เมื่อรวมโทษทุกระทงแล้วคงประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่ ริบเมทแอมเฟตามีนกับกระเป๋าสะพายของกลาง จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ แต่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีการับฟังได้ยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังกล่าวในฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 132,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด ให้แก่สายลับและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อ ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 และที่ 4 มีว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสามปากเบิกความตามลำดับเหตุการณ์ที่แต่ละคนรู้เห็นได้อย่างสอดคล้องต้องกันโดยไม่มีพิรุธ โดยยืนยันว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ขอตรวจดูเงินก่อนเนื่องจากกลัวว่าจะเป็นเงินปลอม เมื่อจ่าสิบตำรวจวัลลภไปนำกระเป๋าใส่เงินมาให้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ก็ตรวจดูต่อหน้าดาบตำรวจเกษมและจ่าสิบตำรวจวัลลภ

เมื่อตรวจดูเสร็จแล้วยังได้บอกว่าเมทแอมเฟตามีนอยู่ที่หุ้นส่วนอีกคนหนึ่งจะนำไปส่งมอบให้สถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเอสโซ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้ดาบตำรวจเกษมและจ่าสิบตำรวจวัลลภขับรถยนต์ตามกันไปเพื่อไปรับมอบเมทแอมเฟตามีนที่สถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว และเมื่อไปถึงจำเลยที่ 4 เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด มาส่งมอบให้แก่ดาบตำรวจเกษม ดาบตำรวจเกษมแกะมัดเมทแอมเฟตามีนออกตรวจดูต่อหน้าจำเลยที่ 4 รวมทั้งจำเลยที่ 4 กับที่ 1 ช่วยกันเทเมทแอมเฟตามีนในกระเป๋าทั้งหมดออกไปและนับทีละมัดจนครบ 50 มัด ต่อหน้าดาบตำรวจเกษม หลังจากพันตำรวจเอกอวยพรกับพวกจับกุมจำเลยที่ 4 แล้ว

พันตำรวจเอกอวยพรสอบถามจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ยังรับว่ามีเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวนหนึ่งเก็บไว้ที่พูนทรัพย์อพาร์ตเมนต์ห้องเลขที่ 215 เมื่อพาจำเลยที่ 4 ไปตรวจค้นห้องดังกล่าวก็พบเมทแอมเฟตามีนอีก 32,000 เม็ด จริง พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการมีเมทแอมเฟตามีน 132,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด ให้แก่สายลับและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อ จำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงเป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดดังกล่าว หาใช่จำเลยที่ 4 เป็นเพียงผู้สนับสนุนดังที่จำเลยที่ 4 ฎีกาไม่ ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 รับจ้างนายอุ่นไม่ทราบนามสกุล

มาขนเครื่องยนต์เรือที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรีเมื่อมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ ให้แวะรับโช้กอัพรถกระบะที่ศูนย์โตโยต้านครสวรรค์จากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ต้องการขายรถ จำเลยที่ 2 จึงพาไปพบผู้รับซื้อรถนั้นเห็นว่า ข้ออ้างดังกล่าวขัดต่อเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพราะขณะอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีและสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเอสโซ่ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่มีการพบกันกับผู้รับซื้อรถแต่อย่างใด และที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า โจทก์มิได้นำสายลับมาเบิกความเป็นพยานจึงรับฟังไม่ได้นั้น เห็นว่า การที่โจทก์จะนำพยานปากใดมาเบิกความต่อศาลย่อมเป็นดุลพินิจของโจทก์ หากโจทก์เห็นว่าพยานหลักฐานที่นำมาสืบเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของจำเลยทั้งสี่ได้แล้ว

ก็หาจำเป็นต้องนำตัวสายลับมาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาลด้วยไม่ ทั้งไม่มีกฎหมายใดบังคับได้ว่าจะต้องนำสายลับมาเบิกความในชั้นศาล ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ต่อไปมีว่า มีเหตุสมควรลดโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ และลดโทษให้จำเลยที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 4 แล้วไปตรวจค้นพูนทรัพย์อพาร์ทเมนต์ห้องเลขที่ 215 และยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีก 32,000 เม็ด นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจที่จะต้องไปตรวจค้นอยู่แล้ว การที่จำเลยที่ 4 ถูกจับกุม จึงรับว่ามีเมทแอมเฟตามีนอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่พูนทรัพย์อพาร์ตเมนต์

ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ผู้กระทำความผิดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ และพนักงานสอบสวนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 (ที่แก้ไขใหม่) ที่ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ และตามข้อเท็จจริง แม้จำเลยที่ 4 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนก็ตามแต่ในชั้นศาลจำเลยที่ 4 กลับนำสืบว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 4 เป็นการสร้างเรื่องขึ้น ซึ่งศาลก็ไม่ได้นำมารับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยที่ 4 อันจะเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาลแต่ประการใด และไม่มีเหตุบรรเทาโทษอื่นที่จะหยิบยกมาเป็นข้ออ้างเพื่อลดโทษให้แก่จำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

อนึ่ง แม้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ฎีกามาด้วยก็ตาม แต่สำหรับจำเลยทั้งสี่ที่รับฟังได้ว่า ร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด นั้น ปรากฏว่าในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด แม้ตามรายงานการตรวจพิสูจน์จะระบุสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดที่ส่งไปตรวจพิสูจน์ แต่ไม่ปรากฏว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจำหน่ายมีสารบริสุทธิ์เท่าใด รายงานการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวไม่อาจนำมารับฟังเป็นผลร้ายเพื่อลงโทษจำเลยทั้งสี่ในการกระทำความผิดดังกล่าวให้หนักขึ้นได้ ต้องถือว่าเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยทั้งสี่ร่วมกันจำหน่ายไม่ปรากฏปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน

การกระทำของจำเลยทั้งสี่ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 100,000 เม็ด จึงต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งแตกต่างจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายเดิม มาตรา 66 วรรคหนึ่ง กรณีโทษจำคุกในความผิดฐานนี้ต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้กฎหมายใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสี่ในความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาจึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นอ้างและแก้ไขโดยปรับบทกฎหมายให้ถูกต้อง รวมทั้งแก้ไขโทษเสียใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบทกฎหมายที่แก้ไขใหม่ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, วรรคสอง และวรรคสาม (2) (ที่แก้ไขใหม่), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) และวรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 15 ปี แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว จึงไม่นำโทษจำคุกมารวม คงให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสี่สถานเดียว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นันทชัย เพียรสนอง · วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์ · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 73/2567

เมทแอมเฟตามีนของกลางมีจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนมากประกอบพฤติกรรมที่จำเลยอยู่ในเครือข่ายยาเสพติด ทำหน้าที่รับเมทแอมเฟตามีนแต่ละครั้งจำนวนมากและจัดการจำหน่ายให้แก่ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่เก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2566

แม้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100/2 ให้อำนาจศาลลงโทษผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จะเป็นปัญหาข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2979/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนคดีถึงที่สุดแล้ว ระหว่างจำเลยกำลังรับโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดได้มี พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3499/2563

เจ้าพนักงานตำรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้เนื่องจากจำเลยเป็นผู้นำชี้ให้ยึดโดยเมทแอมเฟตามีน 538 เม็ด จำเลยฝังดินไว้นอกรั้วบ้าน ส่วนเมทแอมเฟตามีนอีก 8,000 เม็ด จำเลยฝังดินไว้ในสวนพริก ห่างจากบ้านของจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2446/2562

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ที่บัญญัติว่า "ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้