Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4924/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยใช้ปืนอันเป็นอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงยิงเข้าไปในกลุ่มของผู้ตายจำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนอาจจะถูกผู้หนึ่งผู้ใดในกลุ่มนั้นถึงแก่ความตายได้ เมื่อกระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289 (4), 83, 91, 371 และให้ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานางสุทิพย์ เกษเพชร มารดาของนายณรงค์ฤทธิ์ ชัยเมืองผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะในความผิดต่อชีวิต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฆ่าผู้อื่นจำคุก 20 ปี ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 6 เดือน และฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 20 ปี 12 เดือน คำร้บสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 79 (ที่ถูก มาตรา 78) คงจำคุก 12 ปี 24 เดือน ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้ตายกับพวกหลายคนซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีบางกะปินั่งรถโดยสารประจำทางสาย 143 จะไปโรงเรียน ขณะรถจะแล่นเข้าจอดป้ายที่หน้าหมู่บ้านพฤกษชาติ แขวงสะพานสูง เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ถูกกลุ่มจำเลยกับพวกซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพและเป็นคู่อริกันใช้ก้อนหินขว้างขึ้นไปบนรถ รถโดยสารประจำทางคันดังกล่าวได้แล่นเลยไปจอดห่างจากป้ายจอดรถประมาณ 10 เมตร ผู้ตายกับพวกวิ่งลงจากรถแล้วขว้างปาก้อนหินเข้าใส่กลุ่มของจำเลยกับพวก นายนิรันดร์ โพล้งหิรัญ เพื่อนจำเลยได้หยิบอาวุธปืนของบิดาออกจากเป้ส่งให้แก่จำเลย จำเลยรับอาวุธปืนแล้วยิงไป 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหรือไม่ สำหรับความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยข้อหาความผิดดังกล่าว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมมีนายสันติ คงอ่อนเพื่อนผู้ตายเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า เมื่อรถโดยสารประจำทางที่พยานกับผู้ตายและพวกนั่งมาถูกพวกจำเลยใช้ก้อนหินขว้าง รถคันดังกล่าวได้แล่นไปจอดเลยป้ายจอดรถประมาณ 10 เมตร

พยานและผู้ตายกับพวกวิ่งลงจากรถแล้วใช้ก้อนหินขว้างไปที่พวกจำเลย และเห็นจำเลยซึ่งยืนอยู่ห่างจากพยานประมาณ 20 เมตร ยกอาวุธปืนสั้นเล็งยิงมาที่กลุ่มพยาน 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายล้มลง จากนั้นจำเลยกับพวกพากันวิ่งหลบหนีไป นอกจากนี้โจทก์และโจทก์ร่วมยังมีพันตำรวจโทธนา ปานประยูร ผู้จับกุมจำเลย และร้อยตำรวจเอกธีระวัฒน์ นุมานิต พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางชันมาเบิกความยืนยันว่า หลังจากติดตามจับกุมจำเลยได้ในวันนั้น จำเลยให้การรับสารภาพว่าใช้อาวุธปืนสั้นที่นายนิรันดร์ โพล้งหิรัญ ส่งให้ยิงไปทางผู้ตาย 1 นัด ตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับคำเบิกความของสันติประจักษ์พยาน ส่วนที่จำเลยนำสืบอ้างว่า

ขณะเกิดเหตุพวกผู้ตายมีมีดและไม้เป็นอาวุธวิ่งข้ามมาจะทำร้ายจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงเพื่อป้องกันตัวนั้น เห็นว่า ทั้งในชั้นจับกุมและสอบสวนซึ่งเป็นระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ จำเลยไม่เคยกล่าวอ้างว่าเห็นผู้ตายกับพวกมีมีดและไม้เป็นอาวุธจะวิ่งเข้ามาทำร้ายแต่อย่างใดแม้นายแทนธวัช ลาวรรณ์ พยานโจทก์และโจทก์ร่วมจะเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เห็นพวกผู้ตายบางคนถือไม้ ถือมีดลงจากรถโดยสารประจำทางมาด้วยแต่ตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของพยานปากนี้ก็ไม่ได้ระบุว่าขณะเกิดเหตุพวกของผู้ตายมีมีดและไม้เป็นอาวุธจะเข้าทำร้ายจำเลยแต่อย่างใด คงให้การแต่เพียงว่าก่อนเกิดเหตุพวกผู้ตายกับพวกจำเลยใช้ก้อนหินขว้างใส่กันแล้วมีเสียงปืนดัง 1 นัด

เท่านั้น ซึ่งคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวพยานได้ให้ปากคำไว้ในวันเกิดเหตุอันเป็นระยะเวลาใกล้ชิดกับเหตุการณ์ไม่ทันที่พยานจะมีเวลาที่จะคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือจำเลยซึ่งเป็นเพื่อนกับพยาน คำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือมากกว่าคำเบิกความของพยานในชั้นพิจารณา ข้ออ้างของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่มีเจตนายิงผู้ตายเพียงแต่ยกอาวุธปืนขึ้นขู่ไม่ให้พวกผู้ตายเข้ามา แต่ปืนได้ลั่นขึ้นนั้น เห็นว่า อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนลูกโม่โดยสภาพแล้วไม่อาจสั่นขึ้นเองได้หากจำเลยไม่ตั้งใจเหนี่ยวไก ทั้งในบันทึกการจับกุม และบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน จำเลยก็รับว่าได้ใช้อาวุธปืนที่รับมาจากนายนิรันดร์ยิงไปทางพวกผู้ตายข้อที่จำเลยอ้างว่าปืนสั่นจึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมรับฟังได้ว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกับพวกและจำเลยกับพวกได้ขว้างปาก้อนหินใส่กันแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนสั้นยิงไปที่กลุ่มของผู้ตายจริง พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม การที่จำเลยใช้ปืนอันเป็นอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงยิงเข้าไปในกลุ่มของผู้ตาย จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนอาจจะถูกผู้หนึ่งใดในกลุ่มนั้นถึงแก่ความตายได้ เมื่อกระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้