Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4900/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การอุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะ เพียงแต่เจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ยกให้แสดงเจตนาให้ปรากฏโดยตรงหรือโดยปริยายว่าได้อุทิศให้เป็นที่สาธารณะที่ดินนั้นก็ตกเป็นที่สาธารณะทันที ป. เจ้าของเดิมได้ยกที่ดินพิพาทให้เป็นที่สาธารณะไปแล้วก่อนจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ การที่จำเลยที่ 3ซึ่งเคยเป็นนายอำเภอท้องที่นั้นร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่2 ทำเอกสารบันทึกถ้อยคำให้ ป. ลงลายมือชื่อแสดงว่าป. ยกที่ดินของตนให้เป็นที่สาธารณะเมื่อวันที่ 5กรกฎาคม 2514 แม้เป็นการทำบันทึกภายหลังเมื่อที่ดินแปลงนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ผู้รับโอนแล้วก็ตาม การกระทำนั้นก็เพื่อยืนยันความจริงที่ ป. ได้อุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะแก่ทางราชการไว้ให้ปรากฏเป็นหลักฐานอีกชั้นหนึ่งหาเป็นความเท็จไม่ ทั้งไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์เพราะที่ดินส่วนนั้นได้ตกเป็นที่สาธารณะไปแล้ว ก่อนโจทก์จะจดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นมา จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเดิมเป็นของนายประสิทธิ์ และนางละเอียดอนุสรวงค์ ซึ่งโอนแก่นางสอิ้ง เลิศบุญ แล้วโจทก์รับโอนมาอีกทอดหนึ่งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2517 เมื่อก่อนหรือในวันที่ 4 สิงหาคม 2521 จำเลยที่ 3 ซึ่งเดิมเป็นนายอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยการก่อหรือสนับสนุนของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยการรับรองว่านายประสิทธิ์ และนางละเอียด อนุสรวงค์ ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารบันทึกถ้อยคำว่าบุคคลทั้งสามยอมยกกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทให้เป็นที่สาธารณะเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2514 อันเป็นเท็จ ต่อมาจำเลยที่ 1ได้นำเสนอบันทึกถ้อยคำเอกสารดังกล่าวต่อศาลจังหวัดปทุมธานีในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 145/2521 ระหว่างนายประสาร รัตนายน โจทก์นายทองใบ วุฒิสมบูรณ์ กับพวก จำเลย ในที่สุดศาลจังหวัดปทุมธานีรับฟังตามบันทึกถ้อยคำเอกสารดังกล่าว และพิพากษายกฟ้อง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 84, 157, 162(1)(4)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ไม่รับฎีกาโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 145/2521 ที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้กับพวกเป็นจำเลยศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่อยู่ในโฉนดที่ 495นายประสิทธิ์ อนุสรวงค์ เจ้าของเดิมได้ยกให้เป็นที่สาธารณะไปแล้วก่อนจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณะนั้นเพียงแต่เจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้ยกให้แสดงเจตนาให้ปรากฏโดยตรงหรือโดยปริยายว่าได้อุทิศให้เป็นที่สาธารณะที่ดินดังกล่าวก็ตกเป็นที่สาธารณะแล้ว ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามฟ้องของโจทก์ว่า จำเลยที่ 3 ได้ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทำเอกสารบันทึกถ้อยคำให้นายประสิทธิ์ลงลายมือชื่อแสดงว่า นายประสิทธิ์ยกที่ดินของตนให้เป็นที่สาธารณะเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2521 โดยเป็นการทำบันทึกภายหลังเมื่อที่ดินแปลงนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้วก็ตามการกระทำนั้นก็เพื่อยืนยันความจริงที่นายประสิทธิ์ได้อุทิศที่ดินให้เป็นที่สาธารณะแก่ทางราชการไว้ให้ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสืออีกชั้นหนึ่งจึงหาเป็นความเท็จไม่อีกทั้งไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์

เพราะที่ดินส่วนนั้นได้ตกเป็นที่สาธารณะไปแล้วก่อนโจทก์จดทะเบียนรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมา จำเลยทั้งสามจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 ดังโจทก์ฟ้องที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · มาโนช เพียรสนอง · ปลื้ม โชติษฐยางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้