Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 490/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวนหนึ่ง และต่อมาได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชีโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชี ระหว่างการชำระบัญชีจำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ยอมรับใช้เงินที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวได้ลงนามเป็นผู้รับอาวัลในตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ดังนี้ แม้ห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 จะจดทะเบียนเลิกกันแล้ว ก็ยังไม่สิ้นสภาพเป็นนิติบุคคล เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี เมื่อจำเลยที่ 1 ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ในระหว่างการชำระบัญชี โดยจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ชำระบัญชีด้วยเป็นผู้แทนและเป็นผู้รับอาวัลในฐานะส่วนตัวด้วย จำเลยทั้งสองจึงต้องผูกพันรับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1001 บัญญัติเรื่องอายุความฟ้องร้องผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินไว้ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาสามปีนับแต่วันตั๋วนั้น ๆ ถึงกำหนดใช้เงิน โดยไม่ได้ระบุถึงอายุความฟ้องร้องผู้รับอาวัล แต่มาตรา 940 วรรคแรก บัญญัติว่าผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกัน ดังนี้ จึงต้องใช้มาตรา 1001 บังคับแต่จำเลยที่ 2 ผู้รับอาวัลด้วยจะนำมาตรา 1002 ซึ่งใช้บังคับแก่ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังตั๋วเงินมาใช้บังคับไม่ได้ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องยังไม่พ้นเวลา 3 ปี นับแต่วันตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดคดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำตั๋วสัญญาใช้เงินแก่โจทก์จำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวเป็นผู้รับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ครั้นถึงกำหนดจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระหนี้โจทก์ทวงถามก็ผัดผ่อนเรื่อยมา รวมทั้งดอกเบี้ยเป็นเงินทั้งสิ้น ๗๓๙,๗๖๘.๑๗ บาท โจทก์ทวงให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้แต่ก็เพิกเฉย ขณะนี้จำเลยที่ ๑ ปิดทำการอยู่ในระหว่างการชำระบัญชี ไม่มีทรัพย์สินมีแต่หนี้จำเลยที่ ๒ ยังเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกหลายรายรวม ๓๐ ล้านบาท จำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวก่อนฟ้อง โจทก์ทวงให้จำเลยชำระหนี้แล้วไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน จำเลยไม่ชำระ จึงขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

จำเลยให้การว่าจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเลิกกิจการค้าแล้วจึงสิ้นสภาพนิติบุคคลโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยที่ ๑ เมื่อเลิกกินการค้าเกิน ๒ ปี คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕ ตั๋วสัญญาใช้เงินจำเลยทำขึ้นภายหลังจำเลยที่ ๑ เลิกกิจการค้าแล้วไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากฟังว่าชอบด้วยกฎหมายโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะคดีขาดอายุความแล้วตามมาตรา ๑๐๐๒ โจทก์เคยฟ้องคดีล้มละลายจำเลยมาครั้งหนึ่งแล้วถอนฟ้องไป นำคดีมาฟ้องใหม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยยังสามารถชำระหนี้ให้โจทก์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง คดีไม่ขาดอายุความมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาด

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๐๘ จำเลยที่ ๑ ได้จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วนและชำระบัญชี โดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ชำระบัญชี ระหว่างชำระบัญชีจำเลยที่ ๑ ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ยอมรับใช้เงินที่จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ดังกล่าวโดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะส่วนตัวได้ลงนามเป็นผู้รับอาวัลในตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ดังนี้ แม้ห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ จะจดทะเบียนเลิกกันแล้วก็ยังไม่สิ้นสภาพนิติบุคคล เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๔๙ ให้ถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี

เมื่อจำเลยที่ ๑ ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ในระหว่างการชำระบัญชี โดยจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ และเป็นผู้ชำระบัญชีด้วยเป็นผู้ทำแทน และเป็นผู้รับอาวัลในฐานะส่วนตัวด้วยจำเลยทั้งสองจึงต้องผูกพันรับผิดตามตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐๑ บัญญัติเรื่องอายุความฟ้องร้องจำเลยที่ ๑ ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินไว้โดยห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นเวลาสามปีนับแต่วันตั๋วนั้น ๆ ถึงกำหนดใช้เงิน ไม่ได้ระบุถึงอายุความฟ้องร้องจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้รับอาวัลไว้ประการใด แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๔๐ วรรคแรก บัญญัติไว้ว่าผู้รับอาวัลย่อมต้องผูกพันเป็นอย่างเดียวกันกับบุคคลซึ่งตนประกัน จึงเห็นว่าต้องใช้มาตรา ๑๐๐๑ ดังกล่าวบังคับแก่จำเลยที่ ๒ ผู้รับอาวัลด้วยจะนำมาตรา ๑๐๐๒ ซึ่งใช้บังคับแก่ผู้สั่งจ่ายและผู้สลักหลังตั๋วเงินมาใช้บังคับไม่ได้ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องยังไม่พ้นเวลา ๓ ปี นับแต่วันตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดคดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายธวัช พึ่งชลารักษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้