Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4887/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้เช่านา เมื่อผู้ให้เช่าโอนขายที่นาที่เช่าให้แก่จำเลยทั้งสองโดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53 วรรคหนึ่ง โจทก์ย่อมมีสิทธิซื้อที่นาคืนจากจำเลยทั้งสองได้ตามมาตรา 54 วรรคหนึ่ง ของ พ.ร.บ. ดังกล่าว การที่โจทก์และสามีโจทก์มีอายุมากแล้วกับได้ให้บุตรเขยทำนาแทนหรือใกล้จะเลิกทำนา ไม่เป็นข้อที่จะทำให้จำเลยทั้งสองยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธการขายที่นาคืนแก่โจทก์ ทั้งไม่พอฟังว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดเวลาให้โจทก์ต้องชำระราคาภายใน 6 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ไม่ติดใจขอซื้อที่นาคืนนั้น ก็เพื่อให้การบังคับตามคำพิพากษามีผลสมบูรณ์ กรณีเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์มิได้มีคำขอ ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) จึงมิใช่เรื่องนอกฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 28 ร่วมกันเพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดนครปฐม ครั้งที่ 2/2534 ลงวันที่ 26 เมษายน 2534 ที่มีมติว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อนาพิพาทคืน และให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 28 ร่วมกันมีคำวินิจฉัยใหม่เป็นให้โจทก์มีสิทธิซื้อนาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในราคา 380,000 บาท หากจำเลยที่ 3 ถึงที่ 28 ไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดนครปฐมดังกล่าวเสียโดยพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจดทะเบียนโอนที่นาพิพาทแก่โจทก์ในราคา 380,000 บาท ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครปฐม ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งมอบโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวแก่โจทก์เพื่อจดทะเบียนโอนที่ดิน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันรับเงินค่าที่ดินจำนวน 380,000 บาท ไปจากโจทก์ในวันจดทะเบียนโอน หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปจดทะเบียนโอนที่นาพิพาทและรับเงินราคาที่ดินดังกล่าว ก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกเสียจากสารบบความ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 9 และที่ 16 ถึงที่ 20 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยล่วงเลยระยะเวลาตาม พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 57 โดยระยะเวลาดังกล่าวไม่ใช่อายุความที่จะขยายได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 วรรคสอง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 6 ที่ 10 ที่ 11 ที่ 12 ที่ 14 ที่ 15 ที่ 21 ที่ 22 ที่ 24 ถึงที่ 28 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 13 และที่ 23 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนมติที่ประชุมคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดนครปฐม (คชก. จังหวัดนครปฐม) ครั้งที่ 2/2534 ลงวันที่ 26 เมษายน 2534 ที่วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิซื้อนาพิพาทโฉนดเลขที่ 9586 ตำบลดอกแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 เฉพาะส่วนเนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา โดยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดทะเบียนโอนขายนาพิพาทดังกล่าวแก่โจทก์ในราคาไร่ละ 120,000 บาท และให้โจทก์ชำระราคาที่นาพิพาทตอบแทนภายใน 6 เดือน นับแต่วันฟังคำพิพากษา หากโจทก์ไม่ชำระราคาตามกำหนดให้ถือว่าโจทก์หมดสิทธิซื้อนาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 และหากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งยี่สิบแปดให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จดทะเบียนโอนขายที่นาพิพาทดังกล่าวแก่โจทก์ในราคาไร่ละ 150,000 บาท ให้โจทก์ชำระราคาที่จะขอซื้อคืนภายใน 6 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ไม่ติดใจขอซื้อคืน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาพิพาทโฉนดเลขที่ 9586 ตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ 37 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา ของนายบุญมา นางบุญมา นายตอง และนางอุบล เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2532 นายตองและนางอุบลจดทะเบียนโอนขายที่นาพิพาทส่วนของตนเนื้อที่ 18 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในราคา 380,000 บาท โดยไม่แจ้งให้โจทก์ผู้เช่าทราบเป็นหนังสือ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่า โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาพิพาทคืนหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่า โจทก์มีเจตนาซื้อที่นาพิพาทคืนเพื่อนำไปแสวงหาประโยชน์ในเชิงธุรกิจไม่ประสงค์เพื่อทำนาเองเป็นการไม่สุจริตนั้น

เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาพิพาท นายตองและนางอุบลผู้ให้เช่าโอนขายที่นาพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53 วรรคหนึ่ง โจทก์ย่อมมีสิทธิซื้อที่นาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตาม พ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์และสามีโจทก์อายุมากแล้วกับได้ให้บุตรเขยทำนาแทนหรือใกล้จะเลิกทำนา ไม่เป็นข้อที่จะทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธการขายที่นาพิพาทคืนให้แก่โจทก์ได้ กับทั้งไม่พอฟังว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชอบแล้ว

ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จะต้องซื้อที่นาพิพาทคืนในราคาเท่าใด เห็นว่า นายตองและนางอุบลกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความสัมพันธ์เป็นญาติใกล้ชิดและเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาในการซื้อขายที่นาพิพาทในราคา 380,000 บาท น่าเชื่อว่าเกิดจากความพอใจของทั้งสองฝ่ายด้วยเหตุและปัจจัยอย่างอื่นมากกว่าการคำนึงถึงราคาตามท้องตลาด ดังจะเห็นได้ว่าแม้ในการบอกขายที่นาพิพาทให้แก่โจทก์ นางอุบลเคยเบิกความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 173/2536 ของศาลชั้นต้นว่า นางอุบลบอกขายให้แก่โจทก์ในราคา 70,000 บาท ถึง 80,000 บาท ต่อไร่ ที่โจทก์นำสืบว่า ที่นาพิพาทมีราคาตามท้องตลาดไร่ละ 20,000 บาท จึงไม่มีน้ำหนักในการรับฟังนายประสิทธิ์ผู้ใหญ่บ้านท้องที่กับนายสนองกำนันท้องที่เบิกความไว้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2292/2532 ของศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย

ล. 3 และ ล. 4 ว่า ที่นาพิพาทมีราคาไร่ละ 250,000 บาท และ 200,000 บาท ตามลำดับ ซึ่งไม่มีเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานดังกล่าวจะเบิกความเพื่อช่วยเหลือคู่ความฝ่ายใด พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดให้โจทก์ซื้อที่นาพิพาทคืนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในราคาไร่ละ 150,000 บาท โดยถือว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาตลาดในขณะนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดเวลาให้โจทก์ต้องชำระราคาภายใน 6 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ไม่ติดใจขอซื้อคืนนั้น ก็เพื่อให้การบังคับตามคำพิพากษามีผลสมบูรณ์ กรณีเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์มิได้มีคำขอ ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) จึงมิใช่เรื่องนอกฟ้องดังเช่นที่โจทก์ฎีกา แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 กำหนดเวลาให้โจทก์ชำระราคาภายใน 6 เดือน นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเวลาที่นานเกินสมควร จึงเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดี ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระราคาที่นาพิพาทที่จะซื้อคืนให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ภายในหกสิบวันนับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา มิฉะนั้นให้ถือว่าโจทก์ไม่ติดใจซื้อคืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญ อินทจาร · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ขวัญชัย ปิ่นรอด
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุบิน ชิ้นประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกรียงศักดิ์ เกียรติดำรง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้