Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4862/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยอ้างว่าโจทก์ซื้อที่ดินและ ตึกแถวพิพาทมาจาก ส. และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวม จำเลยเช่าตึกแถวดังกล่าวจาก ส. ครบกำหนดแล้วโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อีกต่อไปจำเลยฟ้องแย้งว่า ส. ให้จำเลยเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทมีกำหนด 10 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าหากจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าก่อนครบสัญญาจะต้องแจ้งให้จำเลยทราบก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ซื้อก่อน แต่โจทก์สมคบกับส. และ ก. ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมฉ้อฉลจดทะเบียนโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์โดยไม่ให้สิทธิแก่จำเลยก่อนทำให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินและตึกแถวพิพาท ให้โจทก์กับ ส. และ ก. ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นและไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ทั้งเป็นการขอให้บังคับบุคคลอื่นที่ไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความด้วย ต้องไปฟ้องร้องเป็นคดีต่างหาก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของตึกแถวเลขที่ 184โดยซื้อมาจากนางสาวสุมณฑา พัชรพร และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมพร้อมที่ดินโฉนดที่ 408 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2533 จำเลยเช่าตึกแถวดังกล่าวจากนางสาวสุมณฑา มีกำหนด 4 ปี ครบกำหนดแล้วโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าต่อไป จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวของโจทก์ทั้งสอง ส่งมอบตึกแถวคืนให้แก่โจทก์ทั้งสองในสภาพเรียบร้อย ถ้าจำเลยและบริวารไม่ยอมออกก็ให้โจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายดำเนินการแทน โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 3,500 บาทจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากตึกแถวของโจทก์ทั้งสองจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 408 พร้อมตึกแถวเลขที่ 184 ที่ดินและตึกแถวดังกล่าวเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัด

จ.พัฒนาอะไหล่อะไหล่ยนต์กรุงเทพมหานคร ที่ดินและตึกแถวดังกล่าวเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดจ.พัฒนาอะไหล่ยนต์ที่โจทก์ทั้งสองเป็นหุ้นส่วน โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง นางสาวสุมณฑาให้จำเลยเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทมีกำหนด 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2527 ถึงวันที่30 เมษายน 2537 โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าก่อนครบสัญญาเช่าผู้ให้เช่าต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสองเดือน เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ซื้อก่อนเมื่อเห็นว่าเป็นราคาสมควร เงื่อนไขดังกล่าวโจทก์ทั้งสองทราบดีนางสาวสุมณฑาแบ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่นางกรรณิการ์ พิเขียรสวัสดิ์ กึ่งหนึ่ง โจทก์ทั้งสองได้สมคบกับนางสาวสุมณฑาและนางกรรณิการ์ฉ้อฉลจดทะเบียนนิติกรรมโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองในราคา 1,700,000 บาทโดยไม่ให้สิทธิจำเลยก่อน

ทำให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบเพราะที่ดินและตึกแถวพิพาทมีราคาไม่ต่ำกว่า 8,000,000 บาทถ้าเจ้าของเดิมให้สิทธิจำเลยก่อน จำเลยจะซื้อในราคา 6,000,000บาท และนางกรรณิการ์ใช้ค่าเสียหาย 2,000,000 บาท ให้แก่จำเลยศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสองกับบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย โดยอ้างว่าโจทก์ทั้งสองได้ซื้อที่ดินและตึกแถวพิพาทมาจากนางสาวสุมณฑา พัชรพร และผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมจำเลยเช่าตึกแถวดังกล่าวจากนางสาวสุมณฑา ครบกำหนดแล้วโจทก์ทั้งสองไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่อีกต่อไป ที่จำเลยฟ้องแย้งว่านางสาวสุมณฑาให้จำเลยเช่าที่ดินและตึกแถวพิพาทมีกำหนด10 ปี

ถึงวันที่ 30 เมษายน 2537 โดยมีเงื่อนไขว่าหากจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าก่อนครบสัญญา จะต้องแจ้งให้จำเลยทราบก่อนว่าจะขายให้ผู้ใด เป็นเงินเท่าใด เพื่อให้โอกาสจำเลยได้ซื้อก่อนแต่โจทก์ทั้งสองสมคบกับนางสาวสุมณฑาและนางกรรณิการ์พิเชียรสวัสดิ์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์รวมฉ้อฉลจดทะเบียนโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยไม่ให้สิทธิแก่จำเลยก่อนทำให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ จึงขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินและตึกแถวพิพาท ให้โจทก์ทั้งสองกับนางสาวสุมณฑาและนางกรรณิการ์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นคนละเรื่องคนละประเด็นและไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมทั้งเป็นการขอให้บังคับบุคคลอื่นที่ไม่ได้เข้ามาเป็นคู่ความด้วยชอบที่จำเลยจะนำคดีไปฟ้องร้องเป็นคดีอีกเรื่องหนึ่งต่างหากที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยนั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ระพินทร บรรจงศิลป · อำนวย สุขพรหม · ปรีชา นาคพันธุ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2567

คำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 177 มิได้บังคับว่าต้องระบุอ้างมาตราในกฎหมายด้วย แม้จำเลยทั้งสองระบุเลขมาตรา 193/33 (3) แต่เป็นกรณีตามมาตรา 193/33 (5) ก็เป็นเพียงการอ้างอนุมาตราผิดซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาท อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้