Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านเป็นไปเพื่อการจัดทำประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ แก่ชุมชนคนในหมู่บ้าน จำเลยและกรรมการซึ่งรวมทั้งพยานโจทก์จำเลยเข้ามาเป็นกรรมการดำเนินการร่วมกันก็ด้วยต่างมีจิตอาสา การพูดจาหามติกันในหมู่กรรมการก็เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นสำคัญ ในการประชุมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณกลางที่รัฐบาลจัดสรรมาให้ มีการเสนอในที่ประชุมว่าให้นำเงินดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ที่ประชุมได้แสดงความเห็นกันว่าไม่สามารถหาเงินส่วนใดของกองทุนหมู่บ้านมาเสริมได้ จำเลยซึ่งเป็นประธานที่ประชุมเสนอว่าปีกไม้เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่เมื่อที่ประชุมทักท้วงว่าการเสนอของจำเลยไม่ถูกต้องจำเลยก็เงียบไป ตามพฤติการณ์ที่จำเลยพูดดังกล่าว เป็นการเสนอแนะโดยเจตนาจะแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเท่านั้น ส่วนการที่จำเลยไปหาเสียงโดยการแจกแผ่นพับที่บ้านที่มีผู้อยู่อาศัย 5 คน ซึ่งบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านนั้นมืด มีคนพูดว่าถนนมันมืด ถ้าเป็น อ.บ.ต. แล้วให้เอาไฟมาติดตั้ง จำเลยบอกว่า เมื่อจำเลยเป็น อ.บ.ต. แล้วจะนำไฟแสงเทียนมาติดตั้งตามบริเวณหมู่บ้านโดยจะติดตั้งที่บริเวณเสาไฟฟ้าสาธารณะ ก็เป็นการหาเสียงทั่วไป มิใช่เสนอประโยชน์แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะเจาะจง มิได้มีลักษณะเป็นการให้หรือเสนอจะให้ทรัพย์สินสิ่งใดเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ตน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 4, 5, 57, 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57, 118 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 1 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดดังฟ้องทั้งสองกระทงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 หรือไม่ สำหรับกระทงแรก โจทก์มีนางโสภา ซึ่งขณะเกิดเหตุได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยนาทให้เป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำหมู่บ้าน ทางด้านประชาสัมพันธ์ และนายอนันศักดิ์ กับนางงามพิศ เป็นพยานเบิกความสรุปว่า กลางเดือนมิถุนายน 2546 เวลา 18 นาฬิกา มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านท้องที่เกิดเหตุที่มีกรรมการ 9 คน โดยจำเลยเป็นประธานที่ประชุม และพยานทั้งสามซึ่งก็เป็นกรรมการได้ร่วมประชุมด้วย ในวันดังกล่าวเป็นการประชุมเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณกลางของรัฐบาลที่จัดสรรมาให้ประมาณ 1,000 บาท

มีการเสนอในที่ประชุมให้นำเงินดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ที่ประชุมได้แสดงความเห็นกันว่าไม่สามารถหาเงินส่วนใดของกองทุนหมู่บ้านมาเสริมได้ จำเลยจึงเสนอที่ประชุมว่าปีกไม้ที่เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่ในที่ประชุมมีการทักท้วงว่าการเสนอของจำเลยไม่ถูกต้อง จำเลยก็เงียบไป ปัจจุบันกองทุนหมู่บ้านก็ยังไม่มีป้าย โดยโจทก์มีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของพยานทั้งสามมาสนับสนุนคดี ส่วนจำเลยมีจำเลยและนางสมจิตร ผู้จดรายงานการประชุมกับนายสมาน กรรมการกองทุนหมู่บ้านที่เข้าร่วมประชุมด้วยเบิกความนำสืบว่าหลังจากที่มีการประชุมเสร็จแล้วว่าจะนำเงิน 1,000 บาท ดังกล่าวมาทำป้ายของกองทุนหมู่บ้าน ต่อมามีการพูดคุยกันในเรื่องเกี่ยวกับปีกไม้

จำเลยพูดว่าจะต้องหาปีกไม้มาทำป้าย ปีกไม้มีอยู่ที่ฟาร์มไก่ของจำเลยให้ไปดูเอา เมื่อจำเลยพูดจบมีผู้พูดขึ้นว่า กลัวจะผิดกฎหมายพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง ที่ประชุมก็เงียบ เหตุที่จำเลยให้ไปดูปีกไม้ดังกล่าวก็โดยมีจุดประสงค์เพื่อประหยัดงบประมาณ ปัจจุบันยังไม่ได้จัดทำป้ายกัน ดังนี้ จึงรับฟังได้ตามคำพยานโจทก์ว่าหลังจากที่ประชุมกรรมการหมู่บ้านมีมติให้นำเงินประมาณ 1,000 บาท ที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลมาไปทำป้ายกองทุนหมู่บ้าน และปรากฏว่าเงินดังกล่าวไม่พอจัดทำ จำเลยได้พูดเสนอว่าปีกไม้ที่เล้าไก่ของจำเลยมีให้ไปเลือกเอามาใช้ แต่นางโสภาพยานโจทก์ทักท้วงว่าการเสนอดังกล่าวของจำเลยผิดกฎหมายเลือกตั้งจึงไม่มีการจัดทำตามมตินี้

เห็นว่า การประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านนั้นเป็นไปเพื่อการจัดทำประโยชน์สาธารณะต่าง ๆ แก่ชุมชนคนในหมู่บ้าน จำเลยและกรรมการซึ่งรวมทั้งพยานโจทก์จำเลยดังกล่าวเข้ามาเป็นกรรมการดำเนินการร่วมกันก็ด้วยต่างมีจิตอาสา การพูดจาหามติกันในหมู่กรรมการก็เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุนเป็นสำคัญ ตามพฤติการณ์ที่จำเลยซึ่งเป็นประธานเป็นผู้นำพูดจาดังกล่าว ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการเสนอแนะโดยเจตนาจะแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเท่านั้น ดังได้ความจากคำเบิกความของนายอนันศักดิ์พยานโจทก์เองที่อธิบายว่า การที่จำเลยเสนอดังกล่าวก็เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ แต่เมื่อมีผู้ทักท้วง จำเลยก็ไม่ได้นำปีกไม้มาทำป้ายดังกล่าว และแม้แต่นางโสภาเองซึ่งเป็นกรรมการการเลือกตั้งประจำหมู่บ้านด้วยก็มิได้ถือสาหาเอาเป็นข้อผิดกฎหมายนำไปร้องเรียนอย่างใดเลย

ส่วนที่นางโสภาเบิกความต่อไปว่า จำเลยพูดด้วยว่าอย่าลืมกันเน้อ ซึ่งนางโสภาอธิบายแปลความหมายว่า เมื่อจำเลยให้ไม้กระดานหรือปีกไม้แล้ว ขอให้ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแก่จำเลยด้วยนั้น พยานโจทก์ปากนายอนันศักดิ์ก็ดี นางงามพิศก็ดีต่างยืนยันว่าไม่ได้ยินว่าจำเลยพูดดังกล่าวด้วย เป็นอย่างเดียวกับพยานจำเลยทุกปากซึ่งรวมทั้งนายสมานผู้สมัครรับเลือกตั้งและได้คะแนนเลือกตั้งลำดับถัดจากจำเลยที่รับรองว่าจำเลยไม่ได้พูดเช่นนั้น เช่นนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดกระทงแรกตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ส่วนการกระทำความผิดกระทงหลังซึ่งจำเลยนำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ไปหาเสียงนั้น

โจทก์มีเพียงนางโสภาเบิกความว่า เหตุเกิดหลังจากการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ เวลาประมาณ 19 นาฬิกา จำเลยไปหาเสียงโดยการแจกแผ่นพับที่บ้านของพยานมีคนอยู่อาศัย 5 คน ซึ่งบริเวณรอบ ๆ หมู่บ้านนั้นมืด ปู่ของพยานพูดว่าถนนมันมืด ถ้าเป็น อบต. แล้วให้เอาไฟมาติดตั้ง จำเลยบอกว่า เมื่อจำเลยเป็น อบต. แล้วจะนำหลอดไฟมาติดให้ และตอนท้ายจำเลยพูดว่า อย่าลืมเลือกผมนะ แต่พยานตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า ในขณะที่จำเลยไปหาเสียงนั้นที่บ้านของพยานยังไม่มีเสาไฟฟ้า บ้านของพยานยังพ่วงไฟฟ้าจากบ้านอื่นมาใช้ จำเลยพูดว่าจะนำไฟแสงเทียนมาติดตั้งตามบริเวณหมู่บ้านโดยจะติดตั้งที่บริเวณเสาไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งย่อมเห็นได้ว่าเป็นการหาเสียงทั่วไป

มิใช่เสนอประโยชน์แก่พยานและคนในบ้านพยานโดยเฉพาะเจาะจงดังได้ความจากนางโสภาที่ตอบคำถามค้านทนายจำเลยแสดงความคิดเห็นต่อไปอีกว่า คำพูดของจำเลยดังกล่าวเป็นนโยบายของจำเลยเหมือนกับเป็นการหาเสียงทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่สำคัญขณะนั้นก็ยังไม่มีเสาไฟฟ้าสาธารณะบริเวณใกล้กับบ้านของนางโสภาด้วย ดังข้อความจริงที่นายอนันศักดิ์พยานโจทก์เองอีกปากซึ่งยืนยันว่า ก่อนการเลือกตั้งนั้น บ้านของนางโสภาต้องพ่วงไฟฟ้ามาใช้จากบ้านหลังอื่น เพราะขณะนั้นยังไม่มีเสาไฟฟ้าสาธารณะติดตั้ง ซึ่งสอดรับกับหลักฐาน คำร้องขอใช้ไฟฟ้าของนางโสภาที่เพิ่งไปยื่นขอใช้ในวันที่ 11 มกราคม 2548 บ่งบอกว่าการพูดจาหาเสียงดังกล่าวของจำเลยตามที่นางโสภาอ้าง มิได้มีลักษณะเป็นการให้หรือเสนอจะให้ทรัพย์สินสิ่งใดเพื่อจูงใจให้ลงคะแนนเลือกตั้งแก่ตน อันจะเป็นการกระทำความผิดในกระทงหลังตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมา ซึ่งศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ สายสอาด · วิจิตร วิสุชาติ · สุรศักดิ์ วิมลรัตน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยนาท - นายชัยพร วัฒนสุทธิ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิทยา จิตกาญจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3500/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1556/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1192/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13545/2556

ในการโฆษณาหาเสียงของจำเลยทั้งสิบสองมีการเล่นดนตรีพื้นบ้านประเภทสะล้อซอซึง บนรถยนต์บรรทุกในขบวนรถหาเสียง การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มจาวเชียงคำยืนปราศรัยอยู่บนรถยนต์บรรทุกหกล้อ โดยมีจำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4123/2550

ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 32 ข้อ 3 บัญญัติว่า บรรดาบทบัญญัติใดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นฯ ที่ขัดหรือแย้งกับปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2561

พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในส่วนของคดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่ง แม้คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน 2 ชุด จะมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 54 วรรคแรก บัญญัติว่า "คู่ความก็ดี หรือพยานในส่วนที่เกี่ยวกับคำให้การของตนในคดีนั้นก็ดี หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียโดยชอบหรือมีเหตุผลอันสมควรก็ดี อาจร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใดในระหว่าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15732/2558

ในการพิพากษาคดีแพ่งศาลต้องพิจารณาตามหลักเรื่องภาระการพิสูจน์และการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักดีกว่ากัน เมื่อทางนำสืบของโจทก์มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้