Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4835/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติของกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ซึ่งออกตามความในมาตรา 6 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505บุคคลใดมีความประสงค์จะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัดจะต้องทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอท้องที่ที่จะสร้างวัด และเมื่อทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้วบุคคลดังกล่าวต้องดำเนินการโอนที่ดินให้แก่วัด หากไม่ดำเนินการโอนก็ให้นายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฟ้องบังคับให้โอนได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2และที่ 3 ทำหนังสือสัญญายกที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 ให้สร้างวัดกับนายอำเภอเมืองสมุทรสาครและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองสมุทรสาคร จึงไม่มีผลเป็นหนังสือสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 1(พ.ศ. 2507) ดังที่กล่าวข้างต้น ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2 อยู่ โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะโอนขายให้แก่โจทก์ที่ 1 ได้โจทก์ที่ 1 ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ระบุไว้ว่าหากทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้ว และบุคคลที่แสดงความจำนงยกที่ดินให้สร้างวัด ซึ่งได้ทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอไว้แล้ว ไม่โอนที่ดินให้แก่วัดบุคคลที่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โอนที่ดินให้แก่วัดคือนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอส่วนจำเลยหามีบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดให้อำนาจให้กระทำได้ไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ทำสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดกับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ ไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตเพื่อสร้างวัด และทางราชการก็ยังไม่อนุญาตให้ตั้งวัด ดังนั้นแม้แต่นายอำเภอและเจ้าพนักงาน-ที่ดินอำเภอก็ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2602,7961 และ 11860 หรือเพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวได้ จำเลยซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจไว้และไม่ใช่คู่สัญญาหรือเจ้าหนี้ของโจทก์ที่ 2 และที่ 3จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ส่วนการขออนุญาตสร้างวัดก็เป็นเรื่องการแสดงเจตนาของบุคคลที่ประสงค์จะสร้างวัดและเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลนั้น ไม่ใช่กรณีที่เกิดจากนิติกรรมหรือบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่อาจจะบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3ไปขออนุญาตสร้างวัดได้

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4835/2538๓๗ นายมนตรี คงสกุลถาวรโจทก์๘ พระครูสุทธิธรรมสาครจำเลย ป.พ.พ. ม. 213, ม. 521, ม. 523, ม. 524, ม. 525 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ม. 6, ม. 32ตามบทบัญญัติของกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ซึ่งออกตามความในมาตรา 6 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505บุคคลใดมีความประสงค์จะให้ที่ดินเพื่อสร้างวัดจะต้องทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอท้องที่ที่จะสร้างวัด และเมื่อทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้วบุคคลดังกล่าวต้องดำเนินการโอนที่ดินให้แก่วัด หากไม่ดำเนินการโอนก็ให้นายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอฟ้องบังคับให้โอนได้

เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ที่ 2และที่ 3 ทำหนังสือสัญญายกที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 ให้สร้างวัดกับนายอำเภอเมืองสมุทรสาครและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอเมืองสมุทรสาคร จึงไม่มีผลเป็นหนังสือสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 1(พ.ศ. 2507) ดังที่กล่าวข้างต้น ที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ที่ 2 อยู่ โจทก์ที่ 2 จึงมีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะโอนขายให้แก่โจทก์ที่ 1 ได้โจทก์ที่ 1 ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2602 และ 7961 จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2507) ระบุไว้ว่าหากทางราชการอนุญาตให้ตั้งวัดแล้ว และบุคคลที่แสดงความจำนงยกที่ดินให้สร้างวัด ซึ่งได้ทำสัญญากับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอไว้แล้ว

ไม่โอนที่ดินให้แก่วัดบุคคลที่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โอนที่ดินให้แก่วัดคือนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอส่วนจำเลยหามีบทบัญญัติของกฎหมายฉบับใดให้อำนาจให้กระทำได้ไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ทำสัญญายกที่ดินให้สร้างวัดกับนายอำเภอและเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ ไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตเพื่อสร้างวัด และทางราชการก็ยังไม่อนุญาตให้ตั้งวัด ดังนั้นแม้แต่นายอำเภอและเจ้าพนักงาน-ที่ดินอำเภอก็ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2602,7961 และ 11860 หรือเพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวได้ จำเลยซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้อำนาจไว้และไม่ใช่คู่สัญญาหรือเจ้าหนี้ของโจทก์ที่ 2 และที่ 3จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินระหว่างโจทก์ที่ 1 กับโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ส่วนการขออนุญาตสร้างวัดก็เป็นเรื่องการแสดงเจตนาของบุคคลที่ประสงค์จะสร้างวัดและเป็นเรื่องเฉพาะตัวของบุคคลนั้น ไม่ใช่กรณีที่เกิดจากนิติกรรมหรือบทบัญญัติของกฎหมาย จึงไม่อาจจะบังคับให้โจทก์ที่ 2 และที่ 3ไปขออนุญาตสร้างวัดได้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · จิระ บุญพจนสุนทร · วินัย วิมลเศรษฐ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายกิตติพงษ์ ศิริโรจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ตันติกุลานันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้