Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 483/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันลักยาปราบวัชพืช15ลังของผู้เสียหายไปโดยทุจริตหรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกร่วมกันรับของโจรยาปราบวัชพืช13ลังของผู้เสียหายไว้คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวมิได้มีข้อความใดระบุยืนยันหรือทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรเลยเพียงแต่บรรยายข้อเท็จจริงที่ปรากฏเพื่อให้ศาลวินิจฉัยเลือกลงโทษตามที่ศาลจะฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆอีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีจึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา158(5)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักยาปราบวัชพืช ยี่ห้อราวด์อั๊พ15 ลัง ปริมาณ 300 ลิตร ราคา 144,000 บาท ของบริษัทสยามปาล์น้ำมันและอุตสาหกรรม จำกัด ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยในการลักทรัพย์คนร้ายได้ร่วมกันงัดกระดานฝากั้นข้างประตูห้องเก็บของของผู้เสียหาย แล้วเอามือล้วงกลอนประตูจนหลุดออก อันเป็นการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ต่อมาเจ้าพนักงานยึดยาปราบวัชพืช ยี่ห้อราวด์อั๊พจำนวน 13 ลังปริมาณ 260 ลิตร ราคา 124,800 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่คนร้ายร่วมกันลักไปอยู่ในครอบครองของจำเลยกับพวกเป็นของกลาง ทั้งนี้โดยตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าวจำเลยกับพวกเป็นคนร้ายลักเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปโดยทุจริตหรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกได้ร่วมกันรับเอาทรัพย์ของกลางของผู้เสียหายไว้ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 19,200 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 83 จำคุก 4 ปี ข้อหาลักทรัพย์ให้ยกฟ้อง และที่โจทก์ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 19,200 บาท แก่ผู้เสียหายนั้น เห็นว่า ศาลมิได้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์คำขอส่วนนี้ให้ยกจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งในข้อ 1 และข้อ 2 มิได้มีข้อความใดที่บรรยายระบุยืนยันหรือทำให้เข้าใจได้ว่า

โจทก์บรรยายฟ้องยืนยันว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือฐานรับของโจรเลย เพราะตามฟ้องข้อ 1 โจทก์บรรยายมีใจความสำคัญเพียงว่า มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปเท่านั้น ส่วนตามฟ้องข้อ 2 ก็บรรยายเพียงแต่ว่าหลังเกิดเหตุลักทรัพย์ตามข้อ 1 จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันครอบครองทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกลักไปนั้นพาหนีไป และต่อมาวันที่16 มิถุนายน 2528 เจ้าพนักงานยึดทรัพย์ส่วนหนึ่งของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายไปขณะที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยกับพวก จึงยึดไว้เป็นของกลาง ซึ่งก็มิได้ปรากฏข้อความใด ๆ ว่า ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่รับของโจรทรัพย์ของผู้เสียหายเช่นเดียวกัน และด้วยเหตุที่โจทก์ยังไม่แน่ใจว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายฟ้องมานั้นเป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร

โจทก์จึงได้สรุปข้อกล่าวหาว่าจำเลยร่วมกับพวกเป็นคนร้ายที่ลักทรัพย์ของผู้เสียหาย หรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกก็เป็นคนร้ายที่ร่วมกันรับของโจรทรัพย์ของผู้เสียหายนั้นมาทั้งสองฐาน เพื่อให้ศาลวินิจฉัยเลือกลงโทษตามที่ศาลจะฟังข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องในลักษณะเช่นนี้ได้ คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆอีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้วหาใช่เป็นฟ้องที่ขัดกันหรือเคลือบคลุมดังที่จำเลยฎีกาไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อร่าม หุตางกูร · ไพศาล รางชางกูร · สมพล สัตยาอภิธาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้