Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4823/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พินัยกรรมที่ผู้ตายทำมีข้อความว่า ผู้ตายขอทำคำสั่งเป็นพินัยกรรมไว้ว่าถ้าผู้ตายถึงแก่กรรมเมื่อใด ขอมอบทรัพย์สินของผู้ตายทั้งหมดบรรดาที่มีอยู่ในขณะถึงแก่กรรมให้ท่านเจ้าคุณ ญ. ผู้เป็นพี่ชายของผู้ตายองค์เดียว แม้พินัยกรรมฉบับดังกล่าวจะมีข้อกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สินโดยข้อ 1 ให้ปฏิสังขรณ์พระธาตุวัดไชยมงคล ข้อ 2 ให้ปฏิสังขรณ์โบสถ์ 1 หลัง (วัดไชยมงคลก็ได้) ข้อ 3 ถ้าเหลือจากสองข้อข้างต้น สุดแท้แต่ท่านเจ้าคุณจะจัดการอย่างไรต่อไปก็ตาม ก็ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1707 พินัยกรรมในส่วนที่ผู้ตายยกทรัพย์สินให้แก่ท่านเจ้าคุณ ญ. จึงไม่เป็นโมฆะใช้บังคับได้ตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนจำเลยที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของพระธรรมโมลี ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 527, 528, 1399 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พร้อมสมุดบัญชีเงินฝากทุกบัญชีที่มีชื่อนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองคืนแก่โจทก์ทั้งสอง ห้ามจำเลยทั้งสองยุ่งเกี่ยวกับที่ดินทั้ง 3 แปลง ดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งและแก้ไขฟ้องแย้งขอให้มีคำสั่งเพิกถอนโจทก์ที่ 1 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองตามคำสั่งของศาลจังหวัดสงขลาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2782/2541 ให้โจทก์ทั้งสองส่งมอบเงินค่าเช่าอาคารจำนวน 390,000 บาท และค่าเช่าอีกเดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันยื่นคำให้การพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของเงินต้นที่เรียกเก็บไว้ทั้งสิ้น ห้ามโจทก์ทั้งสองและบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวกับอาคารบนที่ดินโฉนดเลขที่ 527, 528, 1399 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และให้ที่ดินทั้ง 3 แปลง ดังกล่าวพร้อมสมุดบัญชีเงินฝากของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองเป็นมรดกตามพินัยกรรมตกทอดแก่พระธรรมโมลีและให้มรดกของพระธรรมโมลีตกเป็นสมบัติของจำเลยที่ 1

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 527, 528, 1399 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรือง ตกเป็นของพระญาณโมลีหรือพระธรรมโมลี ผู้รับพินัยกรรม ทรัพย์มรดกของพระธรรมโมลีตกเป็นสมบัติของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ที่ 2 ชำระเงินจำนวน 390,000 บาท และค่าเช่าอาคารในที่ดินทั้ง 3 แปลง ดังกล่าวซึ่งโจทก์ที่ 2 เก็บจากผู้เช่านับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้งพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินต้นทั้งหมดนับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 1 (ฟ้องแย้งวันที่ 14 ตุลาคม 2542) แต่ให้หักเงินจำนวน 53,852 บาท ออกจากเงินค่าเช่าที่โจทก์ที่ 2 ต้องรับผิดนับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้ง ห้ามโจทก์ที่ 2 และบริวารเกี่ยวข้องกับอาคารในที่ดินทั้ง 3 แปลงดังกล่าว คำขออื่นตามฟ้องแย้งนอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง ให้โจทก์ที่ 2 ในฐานะส่วนตัวใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 80,000 บาท

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ให้โจทก์ที่ 2 ในฐานะส่วนตัวใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติได้ว่า นางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรือง ผู้ตาย เป็นบุตรของนายเส้งหรือเส็ง กับนางเลียนหรือโป้ยเลียน ผู้ตายมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือนางเต็กฮั้ว นายเกตุหรือเต็กห้องหรือพระญาณโมลีหรือพระธรรมโมลี และผู้ตาย ส่วนโจทก์ที่ 2 เป็นหลานของผู้ตาย โดยนายระวิบิดาของโจทก์ที่ 2 เป็นบุตรของนางเต็กฮั้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า พินัยกรรมที่ว่า ผู้ตายยกทรัพย์สินให้แก่พระธรรมโมลีมีผลใช้บังคับได้หรือไม่ เห็นว่า ตามพินัยกรรมมีข้อความว่า "ข้าพเจ้านางรุ่งเรือง (นางเต็กเลี่ยม) (ผู้ตาย) ขอทำคำสั่งเป็นพินัยกรรมไว้ว่า ถ้าข้าพเจ้าถึงแก่กรรมเมื่อใด ข้าพเจ้าขอมอบทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมดบรรดาที่มีอยู่ในขณะถึงแก่กรรมให้ท่านเจ้าคุณพระญาณโมลี (พระธรรมโมลี)

ผู้เป็นพี่ชายของข้าพเจ้าองค์เดียว ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1.ให้ปฏิสังขรณ์พระธาตุวัดไชยมงคล 2.ให้ปฏิสังขรณ์โบสถ์ 1 หลัง (วัดไชยมงคลก็ได้) 3.ถ้าเหลือจากสองข้อข้างต้น สุดแท้แต่ท่านเจ้าคุณจะจัดการอย่างไรต่อไป ทรัพย์สินของข้าพเจ้าทั้งหมด ญาติพี่น้องอื่นใดจะมาเรียกร้องขอส่วนแบ่งปันทรัพย์มรดกของข้าพเจ้ามิได้เลย ทรัพย์สินทั้งหมดข้าพเจ้าได้ทำบัญชีแนบไว้กับพินัยกรรมมอบทรัพย์สินฉบับนี้แล้ว..." แม้พินัยกรรมฉบับดังกล่าวจะมีข้อกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สิน โดยข้อ 1 ให้ปฏิสังขรณ์พระธาตุวัดไชยมงคล ข้อ 2 ให้ปฏิสังขรณ์โบสถ์ 1 หลัง (วัดไชยมงคลก็ได้) ข้อ 3 ถ้าเหลือจากสองข้อข้างต้น สุดแท้แต่ท่านเจ้าคุณจะจัดการอย่างไรต่อไป ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1707 บัญญัติไว้ว่า

"ถ้าข้อกำหนดพินัยกรรมตั้งผู้รับพินัยกรรมโดยมีเงื่อนไขว่าให้ผู้รับพินัยกรรมจำหน่ายทรัพย์สินที่ยกให้โดยพินัยกรรมนั้นแก่บุคคลอื่น ให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย" ดังนั้น ข้อกำหนดในพินัยกรรม ข้อ 1 ถึงข้อ 3 จึงไม่มีผลโดยให้ถือว่าเงื่อนไขนั้นเป็นอันไม่มีเลย พินัยกรรมในส่วนที่นางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรือง ผู้ตายยกทรัพย์สินให้แก่พระธรรมโมลี จึงไม่เป็นโมฆะใช้บังคับได้ตามกฎหมาย เมื่อนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองถึงแก่ความตาย ทรัพย์มรดกของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองจึงตกได้แก่พระธรรมโมลี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองต่อไปว่า

หลังจากนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองถึงแก่ความตาย พระธรรมโมลีไม่เคยไปจดทะเบียนเปลี่ยนใส่ชื่อพระธรรมโมลีเป็นเจ้าของที่ดินทั้ง 3 แปลง ดังนั้น ที่ดินทั้ง 3 แปลง จึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกของพระธรรมโมลี เห็นว่า เมื่อนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองถึงแก่ความตาย ทรัพย์มรดกของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรืองก็ตกเป็นของพระธรรมโมลีตามพินัยกรรม นอกจากนี้พระธรรมโมลีได้ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก และศาลได้มีคำสั่งตั้งพระธรรมโมลีเป็นผู้จัดการมรดกของนางเต็กเลี่ยมหรือรุ่งเรือง ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 46/2538 ของศาลชั้นต้นแล้ว แม้พระธรรมโมลียังไม่ได้ไปจดทะเบียนใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินก็ไม่ทำให้พระธรรมโมลีเสียสิทธิไปอย่างใดไม่ และยังปรากฏว่า ได้มีการจดทะเบียนใส่ชื่อพระธรรมโมลีในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 3 แปลงแล้วเมื่อพระธรรมโมลีมรณภาพ ที่ดินทั้ง 3 แปลง จึงตกเป็นของจำเลยที่ 1 ฎีกาของโจทก์ทั้งสองข้อนี้ ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต สุจริตกุล · สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดปัตตานี - นายกอบเดช วรสิงห์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายณัฐวัสส์ บัณฑิตอาภรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1460/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ469/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้