คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 จำคุก 20 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2525 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา พลทหารสุนทรหรือต้อย ธนูศร ถูกแทงทำร้ายถึงแก่ความตาย มีบาดแผลปรากฏตามรายงานการชันสูตรพลิกศพท้ายฟ้อง ปัญหาในชั้นนี้มีว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนายสมชาย เชือกย้อย และเด็กหญิงหนิง ศรีทองคำเป็นประจักษ์พยาน แต่ประจักษ์พยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความแตกต่างกับคำให้การในชั้นสอบสวนโดยนายสมชายเบิกความว่า นายทินหรือสุทินเป็นผู้เข้าคร่อมและแทงผู้ตายและมีนายอนุวัชหรือเจี๊ยบซึ่งหนีไปพร้อมกับจำเลยเป็นผู้เข้ามาผลักและชกต่อยซ้ำ แต่ในชั้นสอบสวนนายสมชายให้การยืนยันต่อร้อยตำรวจตรีอนุสรณ์
พันธโชติ พนักงานสอบสวนที่ออกไปที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุว่า ขณะเกิดเหตุเห็นจำเลยแทงผู้ตายด้วยมีดซึ่งถืออยู่ในมือถูกบริเวณราวนมข้างซ้าย 1 ครั้ง ปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.1 และเมื่อพันตำรวจตรีสุรินทร์ ชัยพานิชพนักงานสอบสวนให้นายสมชายชี้ตัวผู้ต้องหาก็ปรากฏว่าชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องและยืนยันตามคำให้การเดิมทุกประการปรากฏตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.2 และใบต่อคำให้การเพิ่มเติมของนายสมชาย เชือกย้อย แผ่นที่ 1 ท้ายเอกสารหมาย จ.1 ปรากฏว่าตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมชายตามเอกสารหมาย จ.1นายสมชายไม่ได้ให้การว่าจำเลยตีผู้ตายแต่อย่างใด ดังนั้น การที่นายสมชายเบิกความว่าตนได้ชี้จำเลยว่าเป็นคนตีไม่ใช่คนแทงผู้ตายนั้นจึงเป็นการบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดต่อเหตุผล
ส่วนเด็กหญิงหนิงเบิกความว่าไม่เคยรู้จักจำเลย เห็นคนแทงผู้ตายไม่รู้จักคนแทง คนแทงผู้ตายมีคนเดียว แต่ตอบจำเลยถามค้านว่า พยานเห็นผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้าจำเลยก่อนที่จำเลยใช้ขวดตีผู้ตาย และตอบโจทก์ถามติงว่าวันเกิดเหตุเห็นจำเลยอยู่ในร้านเหล้า เช่นนี้แสดงว่าเด็กหญิงหนิง ต้องรู้จักจำเลยจึงได้ทราบว่าคนที่ผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้านั้นคือจำเลยและเห็นคนที่อยู่ในร้านเหล้าคือจำเลย ดังนี้คำเบิกความของเด็กหญิงหนิงย่อมขัดกันเองอยู่ในตัว ในชั้นสอบสวนเด็กหญิงหนิงให้การยืนยันต่อพันตำรวจตรีสุรินทร์ ชัยพานิช พนักงานสอบสวนว่าจำเลยเป็นคนใช้มีดแทงผู้ตาย ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.3 ต่อมาเมื่อพนักงานสอบสวนให้ชี้ตัวผู้ต้องหา
เด็กหญิงหนิงก็ชี้ตัวจำเลยถูกต้องและขอยืนยันให้การตามเดิม ปรากฏตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.4 และใบต่อคำให้การเพิ่มเติมของเด็กหญิงหนิง ศรีทองคำ แผ่นที่ 1 ท้ายเอกสารหมาย จ.3 เห็นว่าคำให้การในชั้นสอบสวนของนายสมชายและเด็กหญิงหนิงประจักษ์พยานโจทก์สอดคล้องตรงกันและได้ให้การภายหลังเกิดเหตุทันทีโดยไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองเพื่อช่วยเหลือหรือปรักปรำผู้หนึ่งผู้ใดเชื่อว่าได้ให้การไปตามความจริงตามที่ได้รู้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจหรือถูกบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้บันทึกและให้ลงชื่อไว้เป็นหลักฐาน การที่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลปฏิเสธว่าจำเลยไม่ได้เป็นคนแทงผู้ตายก็คงเพื่อช่วยเหลือจำเลยให้พ้นผิด
ศาลฎีกาเชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมชาย และเด็กหญิงหนิงเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความชั้นศาลของพยานทั้งสอง และเห็นว่าคำให้การพยานชั้นสอบสวนไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไม่ให้รับฟังประกอบเป็นข้อพิจารณาของศาลประการใด เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นตลอดจนพฤติการณ์แห่งคดี เช่น จำเลยเองนำสืบรับว่าก่อนเกิดเหตุพวกจำเลยกับพวกผู้ตายมีเรื่องทะเลาะกันจนถึงกับผู้ตายเอาเหล้าสาดหน้าจำเลย และจำเลยใช้ขวดตีผู้ตายแล้ว เห็นว่าพยานโจทก์มีน้ำหนักและหลักฐานมั่นคง คดีฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงทำร้ายผู้ตายถึงแก่ความตายจริง พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน