Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าวโดย จ. ได้สลักหลังแล้วมอบให้โจทก์ โจทก์นำเช็คนี้เข้าบัญชี แต่ธนาคารคืนเช็คมายังโจทก์ เพราะจำเลยได้สั่งอายัดไว้ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทจริงโดยเตรียมไว้สำหรับชำระหนี้ให้แก่ผู้อื่น แต่ จ. ได้ลักเช็คดังกล่าวไปเสียก่อน จำเลยได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานแล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีนิติสัมพันธ์อันใดกับจำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องประการใดจากจำเลย ดังนี้ เมื่อจำเลยมิได้กล่าวอ้างต่อสู้ว่า โจทก์รับโอนเช็คพิพาทนั้นมาโดยคบคิดกับ จ. เพื่อฉ้อฉลจำเลยก็ต้องถือว่าโจทก์ได้รับเช็คมาโดยสุจริต การที่ จ. แต่ฝ่ายเดียวเป็นผู้ทุจริตจึงไม่เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยจะยกขึ้นใช้ยันกับโจทก์ผู้ทรงได้ตาม มาตรา 905 และมาตรา 916 ฉะนั้นจำเลยจึงหามีสิทธิที่จะนำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลยดังที่ปรากฏในคำให้การไม่ เช็คพิพาทเป็นเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือโจทก์เป็นผู้ถือจึงนับได้ว่าเป็นผู้ทรง เมื่อโจทก์นำไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้จำเลยก็ย่อมมีหน้าที่ต้องใช้เงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2514)

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเงินสด ๑ ฉบับ จำนวน ๒,๐๐๐ บาท และโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คดังกล่าวนี้โดยนายจิว (ไม่ทราบนามสกุล) ได้สลักหลังเช็คแล้วนำเช็คฉบับนี้มาแลกเงินสดของโจทก์ไปและมอบเช็คให้ไว้กับโจทก์ ครั้นถึงกำหนดวันสั่งจ่าย โจทก์จึงนำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีแต่ธนาคารคืนเช็คมายังโจทก์ โดยหมายเหตุในช่องใบคืนเช็คว่า ผู้สั่งจ่ายได้อายัดเช็คไว้ โจทก์ได้ติดต่อทวงถาม แต่จำเลยก็ผัดผ่อนเรื่อยมา จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทจริง โดยเตรียมไว้สำหรับจะชำระค่าตึกแถวและที่ดินให้ผู้อื่น แต่นายจิว แซ่จิว ลักเช็คดังกล่าวไปจำเลยได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีไว้แล้ว โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีนิติสัมพันธ์อันใดกับจำเลย จึงหามีสิทธิเรียกร้องประการใดจากจำเลยไม่ โจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต เพราะเมื่อโจทก์มาติดต่อกับจำเลยเนื่องจากธนาคารคืนเช็คให้โจทก์นั้น จำเลยก็ได้แจ้งให้ทราบแล้วว่าเช็คฉบับดังกล่าวถูกลักไป ทั้งไม่เคยขอผัดผ่อนชำระเงินกับโจทก์ แต่โจทก์กลับนำคดีมาฟ้อง เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นให้จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัดสืบพยานจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามเช็คพร้อมด้วยดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า จำเลยนี้ไม่ได้กล่าวอ้างต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คนั้นมาโดยคบคิดกับนายจิวหรือผู้หนึ่งผู้ใดเพื่อฉ้อฉลจำเลยจำเลยคงอ้างแต่เพียงว่า นายจิวเป็นคนลักเช็คมา ดังนั้นในเบื้องต้น จึงจำต้องถือว่าโจทก์ได้รับเช็คมาโดยสุจริต การที่นายจิวฝ่ายเดียวเป็นผู้ทุจริตลักเช็คไปโอนให้โจทก์ จึงไม่เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยจะยกขึ้นใช้ยันกับโจทก์ได้ตามมาตรา ๙๐๕ และ มาตรา ๙๑๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลย เช็ครายพิพาทเป็นเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือ โจทก์เป็นผู้ถือจึงนับได้ว่าเป็นผู้ทรงเมื่อโจทก์นำไปขึ้นเงินจากธนาคารไม่ได้ จำเลยก็ย่อมมีหน้าที่ต้องใช้เงินตามเช็คนั้นให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔ ที่ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์จึงเป็นการชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม ทัตภิรมย์ · จินตา บุณยอาคม · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายปรีดี เกษมทรัพย์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้