Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีอุกฉกรรจ์มีโทษหนักถึง ประหารชีวิต พยานหลักฐานโจทก์จะต้องชัดแจ้งหนักแน่นมั่นคงโดยไม่มีข้อตำหนิใดๆให้เป็นที่ประจักษ์ได้เมื่อโจทก์ ไม่มีประจักษ์พยานคงมีแต่พยานเหตุผลแวดล้อมกรณีซึ่งเบิกความไม่สอดคล้องกันจึงไม่น่าเชื่อถือประกอบกับจำเลยให้ การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ต้นคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ชิงทรัพย์ของนาง บุญส่งพิมลศรีผู้ตายโดยจำเลยใช้มีดปลายแหลมที่ติดตัวแทงผู้ตายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก2ปีฐานลักทรัพย์ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา288,289,339,93(12)ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน12,000บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา288,289(7),339วรรคท้ายซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา289(7)ให้ลงโทษประหารชีวิตให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน12,000บาทแก่ผู้เสียหายสำหรับที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษนั้นเมื่อลงโทษจำเลยถึงประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุดแล้วจึงไม่จำต้องเพิ่มโทษอีกคำขอส่วนนี้จึงให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค1พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าตามวันเวลาเกิดเหตุในฟ้องมีคนร้ายชิงเอาทรัพย์ของผู้ตายและใช้มีดแทงผู้ตายถึงแก่ความตายตามที่โจทก์ฟ้องคดีมีปัญหาตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้หรือไม่โจทก์นำสืบเป็นทำนองว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยเดินมาตามชายคลอง

ชวดชะโดผ่านบ้านนาง ปราณีกล่อมดี ไปทางบ้านผู้ตายหลังจากจำเลยชิงเอาทรัพย์และใช้มีดแทงทำร้ายผู้ตายแล้วจำเลยออกจากบ้านผู้ตายเดินย้อนกลับมาทางเดิมแต่โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะผู้ตายถูกทำร้ายชิงทรัพย์คงได้ความจากคำเบิกความพยานโจทก์คือนาง ปราณีและเด็กหญิง นงลักษณ์บุญรักษ์บุตรของนาง ปราณีต้องกันว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ7นาฬิกานาง ปราณีกำลังหุงข้าวอยู่ในครัวส่วนเด็กหญิง นงลักษณ์กำลังซักผ้าอยู่ที่ริมคลองหน้าบ้านจากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวฟังได้ว่าขณะที่นาง ปราณีหุงข้าวอยู่ก็ดีและขณะเด็กหญิง นงลักษณ์ซักผ้าก็ดีเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกันและใกล้เคียงกันประกอบที่ครัวที่นางปราณีหุงข้าวกับริมคลองที่เด็กหญิง

นงลักษณ์ซักผ้าอยู่ไม่ไกลกันจึงน่าจะเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สอดคล้องไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันกล่าวคือน่าจะต่างเห็นจำเลยเดินถือมีดผ่านไปทั้งขาไปและขากลับแต่พยานโจทก์ทั้งสองปากนี้กลับเบิกความไม่สอดคล้องกันกล่าวคือเด็กหญิง นงลักษณ์เห็นเฉพาะตอนที่จำเลยเดินถือมีดผ่านไปทางบ้านผู้ตายเท่านั้นส่วนนาง ปราณีก็เห็นเฉพาะตอนที่จำเลยเดินถือมีดเปื้อนโลหิตมาจากทางบ้านผู้ตายผ่านไปเท่านั้นดังนี้จึงไม่สนิทใจที่จะฟังว่าพยานโจทก์ทั้งสองปากนี้จะได้เห็นจำเลยดังที่เบิกความพยานโจทก์คือพันตำรวจโท อนุศักดิ์ พรหมนะ พนักงานสอบสวนเบิกความว่าวันเกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งเหตุแล้วได้ไปยังที่เกิดเหตุแต่จากคำเบิกความของเด็กหญิงนงลักษณ์ และนาง

ปราณีไม่ได้ความว่าได้บอกเรื่องที่เห็นจำเลยดังที่เบิกความข้างต้นแก่เจ้าพนักงานตำรวจที่มาตรวจที่เกิดเหตุแต่อย่างใดแต่กลับได้ความจากคำเบิกความของนาง ปราณีว่าวันเกิดเหตุได้ไปที่สถานีตำรวจกับเด็กหญิง นงลักษณ์ แต่ไม่ได้แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้ทราบเพราะเจ้าพนักงานตำรวจไม่ยอมสอบคำให้การทั้งที่เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้มารับไปสถานีตำรวจจากคำเบิกความของพันตำรวจโท อนุศักดิ์ก็ไม่ได้ความชัดว่าเด็กหญิง นงลักษณ์และนาง ปราณีได้เล่าเรื่องที่เห็นจำเลยเดินถือมีดผ่านไปให้ทราบเมื่อใดดังนี้จึงฟังไม่ได้ว่าในวันเกิดเหตุเด็กหญิง นงลักษณ์และนาง ปราณีได้บอกเรื่องดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานตำรวจผิดวิสัยของผู้ที่อ้างว่าเห็นจำเลยเดินถือมีดผ่านไปอย่างยิ่งดังนั้นที่นางปราณีเบิกความว่าวันเกิดเหตุตอนประมาณเที่ยงวันได้บอกเรื่องที่เห็นจำเลยดังเบิกความข้างต้นแก่นาย

สมจิตรพิมลศรี สามีผู้ตายแม้โจทก์จะมีนาย สมจิตรมาเบิกความสนับสนุนความข้อนี้ก็ไม่มีน้ำหนักควรแก่การรับฟังแผนที่เกิดเหตุที่โจทก์อ้างส่งศาลเป็นพยานตามเอกสารหมายจ.2ก็มีข้อน่าสังเกตกล่าวคือระบุเฉพาะเด็กหญิง นงลักษณ์ผู้เดียวที่เห็นเหตุการณ์ไม่ได้ระบุว่านาง ปราณีเป็นผู้ที่เห็นเหตุการณ์ด้วยเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นไม่ได้ความจากการนำสืบของโจทก์จึงมีข้อตำหนิให้ระแวงได้ว่านาง ปราณีเป็นพยานที่แต่งเสริมขึ้นในภายหลังก็ได้สำหรับรอยเท้าที่พบบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุก็ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นรอยเท้าของจำเลยเพราะจากการนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงว่ามีขนาดใกล้เคียงกับเท้าของจำเลยเท่านั้นประกอบกับยังได้ความจากคำเบิกความของพยานโจทก์ต้องกันว่าบริเวณที่พบรอยเท้าเป็นทางเดินสำหรับบุคคลทั่วไปดังนี้รอยเท้าที่พบจึงเป็นหลักฐานที่ไกลต่อเหตุส่วนที่พยานโจทก์อีกปากหนึ่งคือจ่าสิบตำรวจ

ดำรงค์แสงสุวรรณ ผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่าพบจำเลยกำลังนอนแอบซุ่มอยู่ในพงหญ้ากลางทุ่งนานั้นก็เป็นเพียงคำเบิกความลอยๆไม่มีรายละเอียดว่าเหตุใดจึงว่าจำเลยนอนแอบซ่อนดังนี้ที่จำเลยนอนอยู่ดังที่จ่าสิบตำรวจ ดำรงค์เบิกความจึงยังฟังได้ไม่ถนัดว่าเป็นข้อพิรุธของจำเลยเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์มีโทษหนักถึงประหารชีวิตพยานหลักฐานโจทก์จะต้องชัดแจ้งหนักแน่นมั่นคงโดยไม่มีข้อตำหนิใดๆให้เป็นที่ประจักษ์ได้แต่พยานโจทก์ในคดีนี้คงมีแต่พยานเหตุผลแวดล้อมกรณีไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นแต่พยานแวดล้อมดังกล่าวก็ไม่น่าเชื่อถือและมีข้อให้ตำหนิดังได้วินิจฉัยแล้วข้างต้นประกอบกับจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ต้นพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยเคยมีสาเหตุบาดหมางอยู่กับนาย

สมจิตร สามีผู้ตายซึ่งมีตำแหน่งเป็นกำนันประกอบกับจำเลยมีประวัติเคยต้องโทษมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นจึงเข้าใจว่าคนร้ายคงไม่ใช่ใครนอกเสียจากจำเลยเพราะเหตุนี้มากกว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่หนักแน่นมั่นคงคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์และทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายดังที่โจทก์ฟ้องคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร · จรัญ หัตถกรรม
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้