Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำให้การของจำเลยที่ 2 ปฏิเสธเพียงว่า คำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมไม่บรรยายสภาพแห่งข้อหาให้ชัดแจ้ง ทั้งข้อความก็ไม่ต่อเนื่องไม่สามารถเข้าใจข้อความแห่งคำฟ้อง เป็นการยกถ้อยคำในกฎหมายมาอ้าง โดยมิได้บรรยายว่าสภาพแห่งข้อหาในคำฟ้องของโจทก์ข้อใดที่ไม่ชัดแจ้งและไม่ชัดแจ้งอย่างไร คำให้การจำเลยจึงแสดงเหตุไม่ชัดแจ้ง ไม่มีประเด็นว่าฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกา การฝากและถอนเงินจากบัญชีชื่อของโจทก์เป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เองทั้งหมด โจทก์มิได้รู้เห็นด้วย จึงไม่ผูกพันโจทก์และการที่จำเลยที่ 1 ทุจริตปลอมลายมือชื่อโจทก์ถอนเงินจากบัญชีโจทก์ เป็นการละเมิด ธนาคารจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2โจทก์ขอเปิดบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 042-31-2039-8 หรือเลขบัญชีใหม่ตามระบบคอมพิวเตอร์ 042-3-00755-9/01 เป็นเงินจำนวน 50,000บาท ที่สาขาราชดำริของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ผู้ช่วยผู้จัดการด้านการตลาดเป็นผู้รับฝากเงินดังกล่าว ต่อมา จำเลยที่ 1 ได้ปลอมลายมือชื่อโจทก์ถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวไปทั้งสิ้นเป็นเงิน52,373.29 บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 68,259.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายสภาพแห่งข้อหาให้ชัดแจ้ง

ไม่สามารถเข้าใจได้ จำเลยที่ 1 ได้ลักลอบถอนเงินฝากประจำของโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 ได้นำเงินเข้าฝากคืนให้แก่โจทก์แล้วตามบัญชี 042-3-00755-9/08 ซึ่งโจทก์ได้ถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวไปแล้ว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน68,259.85 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีประเด็นวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ประเด็นแรกจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะฟ้องโจทก์อ้างว่าถูกลอบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 042-3-00755-9/01 โจทก์ฟ้องอาศัยมูลเหตุตามหนังสือของจำเลยที่ 2 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ควรจะต้องเป็นบัญชีเงินฝากประจำเลขที่ 042-3-00755-9/08 มิใช่ 042-3-00755-9/01 คำฟ้องไม่ชัดจำเลยไม่เข้าใจนั้น เห็นว่า คำให้การของจำเลยที่ 2 ปฏิเสธเพียงว่าคำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมไม่บรรยายสภาพแห่งข้อหาให้ชัดแจ้ง ทั้งข้อความก็ไม่ต่อเนื่องไม่สามารถเข้าใจข้อความแห่งคำฟ้อง เป็นการยกถ้อยคำในกฎหมายมาอ้าง โดยมิได้บรรยายว่าสภาพแห่งข้อหาในคำฟ้องของโจทก์ ข้อใดที่ไม่ชัดแจ้ง และไม่ช้ดแจ้งอย่างไร

คำให้การจำเลยจึงแสดงเหตุไม่ชัดแจ้ง ไม่มีประเด็นว่าฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ ก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นข้อสองจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 2 ให้การและนำสืบรับว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 ได้ทุจริตเบิกเงินจากบัญชีโจทก์เลขที่ 042-3-00755-9/01ไป แล้วกลับอ้างและนำสืบว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินที่ถอนไปโดยทุจริตนั้น ฝากกลับคืนให้แก่โจทก์แล้ว เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2528 โดยเปิดบัญชีให้โจทก์ใหม่ เลขที่ 042-3-00755/08 ตามเอกสารหมาย ล.5 และสมุดเงินฝากประจำเอกสารหมาย

ล.3 ปรากฏตามฟ้องว่าโจทก์ฝากเงินเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2526 แต่จำเลยที่ 1 นำกลับคืนเข้าฝากบัญชีใหม่ให้โจทก์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2528 คำนวณแล้วช่วงเวลาห่างกันถึง2 ปีเศษ แต่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การไว้และไม่ได้นำสืบเลยว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำทุจริตถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวของโจทก์ไปเมื่อ วันเดือนปีใด การที่จำเลยที่ 1 กระทำทุจริต จำเลยที่ 2 นายจ้างจะปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่ และจำเลยที่ 2 อ้างและนำสืบว่า โจทก์ได้ถอนเงินตามที่จำเลยที่ 1 ฝากบัญชีใหม่ให้ไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2528 ตามใบถอนเงินเอกสาร ล.4 โจทก์ก็นำสืบปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ได้ฝากเงินตามบัญชีใหม่ และไม่เคยเห็นสมุดเงินฝากประจำเอกสารหมาย ล.3 เลย และโจทก์ยังได้นำสืบว่า

ใบถอนเงินเอกสารหมาย ล.4 นั้น จำเลยที่ 1ให้โจทก์ลงชื่อลอยไว้ในขณะที่โจทก์ได้เปิดบัญชีเงินฝากประจำเพื่อเป็นประกันในการใช้บัตรเครดิตด้วย ทั้งจำเลยที่ 2 ก็นำสืบว่าจากการสอบสวนปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้เอกสารหมาย ล.4 ดังกล่าวถอนเงินจากบัญชีใหม่ที่ฝากให้โจทก์ไป ดังนี้จึงเห็นได้ชัดว่าการฝากเงินตามบัญชีใหม่ และการถอนเงินไปจากบัญชีใหม่ชื่อของโจทก์เป็นการกระทำของจำเลยที่ 1 เองทั้งหมด โจทก์มิได้รู้เห็นด้วยจึงไม่ผูกพันโจทก์ และโจทก์นำสืบได้ว่ามีหลักฐานเอกสารที่จำเลยที่ 1 ได้ทุจริตปลอมลายมือชื่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.11 ถอนเงินจากบัญชีโจทก์ไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2527 เป็นเงิน 52,373.29 บาท เป็นการละเมิด จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันมาศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4631/2530

จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา และจำเลยที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ว่า จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1441/2529

โจทก์ที่2ใช้สิทธิเฉพาะตัวฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเพียง17,817.27บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงของจำเลยที่2ในส่วนซึ่งอาจเป็นผลถึงโจทก์ที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3471/2529

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการจำเลยที่ 1 กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถยนต์ด้วยความประมาท ล้อรถย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2528

จำเลยที่ 2 กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะ คำเบิกความของส.พยานโจทก์เบิกความไม่แน่ชัดจำเลยที่2 ไม่สามารถเข้าใจ คำฟ้องของโจทก์ได้ดีโดยจำเลยที่2 ไม่ได้โต้แย้งเลยว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่แสดงโ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้