Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4792/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พันตำรวจโท ส. ฟ้องผู้ที่ผิดสัญญาปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวนในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้อำนาจไว้ตามมาตรา 106และ 113 มิได้ฟ้องในฐานะส่วนตัว แม้ว่าในขณะทำสัญญาประกันพันตำรวจโท ส. จะมิได้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร แต่ในขณะยื่นฟ้องพันตำรวจโทส.ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารจึงมีอำนาจฟ้อง หนังสือมอบอำนาจระบุว่า จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจนำโฉนดที่ดินไปประกัน ป.กับพวกรวม 2 คน ผู้ต้องหาไปจากความควบคุมของพนักงานสอบสวนแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวไปกระทำการครั้งเดียว จึงต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาทตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7(ก) สัญญาที่นายประกันร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวไปจากการควบคุมของพนักงานสอบสวนโดยสัญญาว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาให้ตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวน ไม่อยู่ในความหมายของสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 680 จึงไม่ต้องปิดอากรแสตม์ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 17(ง)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร มีอำนาจหน้าที่สอบสวนและให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่อยู่ในความควบคุมของโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2783 ตำบลลำผักชี อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที 1 ให้นำที่ดินตามโฉนดดังกล่าวไปใช้เป็นหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายประดิษฐ์ สิทธิพรหมกับพวกไปจากความควบคุมของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารแทนจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ยอมรับผิดชอบในการที่จำเลยที่ 2 ทำไปตามที่มอบอำนาจ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2527จำเลยที่ 2 โดยได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันให้ไว้แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารประกันตัวนายประดิษฐ์

สิทธิพรหม และนายสมัคร บุญเหลือ ซึ่งต้องหาว่าฉ้อโกงประชาชนไปจากความควบคุมของเจ้าพนักงานตำรวจและสัญญาว่าจะส่งตัวนายประดิษฐ์ สิทธิพรหมและนายสมัคร บุญเหลือผู้ต้องหาให้ตามกำหนดนัดของเจ้าพนักงาน ถ้าผิดสัญญายินยอมชดใช้เงิน 200,000 บาท โดยได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 2783 ให้พนักงานสอบสวนยึดไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาวันที่ 18 ตุลาคม 2527 เวลากลางวันซึ่งเป็นวันเวลากำหนดนัดให้จำเลยทั้งสองส่งตัวนายประดิษฐ์สิทธิพรหม และนายสมัคร บุญเหลือผู้ต้องหาทั้งสองต่อโจทก์จำเลยทั้งสองผิดสัญญาไม่นำผู้ต้องหาทั้งสองมาส่งมอบให้โจทก์โจทก์ทวงถามหลายครั้งจำเลยทั้งสองก็ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาส่งมอบได้ จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดตามสัญญาประกันชำระเงินค่าปรับให้แก่โจทก์เป็นเงิน 200,000 บาท

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้รับสัญญาหรือเป็นคู่สัญญาตามสัญญาประกันทั้งสองฉบับ โจทก์ไม่ได้เป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารผู้มีอำนาจกระทำการสอบสวนและให้ประกันตัวผู้ต้องหา ทั้งผู้ต้องหาก็ไม่อยู่ในความควบคุมของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยที่ 1อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2783 ตำบลลำผักชี อำเภอหนองจอก กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 นำที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวมาเป็นหลักประกันในการประกันตัวนายสมัครและนายประดิษฐ์ผู้ต้องหาซึ่งต้องหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนไปจากการควบคุมของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตีราคาค่าประกันคนละ100,000 บาท เมื่อถึงกำหนดนัดส่งตัวผู้ต้องหา จำเลยทั้งสองไม่สามารถนำผู้ต้องหาทั้งสองส่งให้แก่พนักงานสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองหลบหนี

คดีมีปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในข้อนี้จำเลยที่ 1ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะพันตำรวจโทสุรพันธ์ โสรัตน์มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 และมิได้เป็นพนักงานสอบสวนในคดีที่นายประดิษฐ์และนายสมัครเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกงเห็นว่า โจทก์ในคดีนี้คือพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารพันตำรวจโทสุรพันธ์ฟ้องคดีนี้ในฐานะพนักงานสอบสวนซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้อำนาจไว้ตามมาตรา 106 และ 113 มิได้ฟ้องในฐานะส่วนตัวแต่อย่างใด แม้ว่าในขณะทำสัญญาประกัน เอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 พันตำรวจโทสุรพันธ์จะมิได้ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร แต่ในขณะยื่นฟ้องข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพันตำรวจโทสุรพันธ์ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร

ดังนั้นพันตำรวจโทสุรพันธ์ในฐานะพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อต่อไปมีว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 เป็นหนังสือที่มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 นำโฉนดที่ดินไปทำสัญญาประกันตัวนายประดิษฐ์และนายสมัครตามสัญญาประกันเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 เป็นการมอบอำนาจให้กระทำการมากกว่า ครั้งเดียวต้องปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7(ข) จึงจะสมบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้แต่ปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ปิดอากรแสตมป์เพียง20 บาท โจทก์จึงจะใช้ใบมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 มาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

จำเลยที่ 1 มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์และฎีกาได้ เห็นว่าหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ระบุว่าจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจนำโฉนดที่ดินเลขที่ 2783 ไปประกันนายประดิษฐ์กับพวกรวม 2 คน ผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนไปจากความควบคุมของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสารแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวไปกระทำการครั้งเดียว จึงต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7(ก) มิใช่ปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 7(ข) หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งปิดอากรแสตมป์ 20 บาท จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยที่ 1 ฎีกาเป็นข้อสุดท้ายว่าสัญญาประกันตามเอกสารหมาย

จ.3 และ จ.4 เป็นสัญญาค้ำประกันหนี้อย่างหนึ่งที่จะต้องปิดอากรแสตมป์ให้ครบตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 17(ง) เมื่อสัญญาประกันดังกล่าวไม่ปิดอากรแสตมป์ จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 นั้น เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเช่นกัน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยก็มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 บัญญัติว่าอันว่าค้ำประกันนั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่งเรียกว่าผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่งเพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น แต่สัญญาประกันตามเอกสารหมาย จ.3 และ

จ.4 เป็นสัญญาที่นายประกันร้องขอให้ปล่อยผู้ต้องหาชั่วคราวไปจากการควบคุมของพนักงานสอบสวนโดยสัญญาว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาให้ตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวน สัญญาประกันดังกล่าวจึงไม่อยู่ในความหมายของสัญญาค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 17(ง) ดังนั้นสัญญาประกันตามสัญญาเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพัฒน์ อุชุภาพ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้