Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4781/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของโจทก์กับจำเลยมีเขตติดต่อกันโดยมีลำรางสาธารณะกั้นและโจทก์ได้สร้างสะพานข้ามลำรางสาธารณะเพื่อใช้ข้ามจากที่ดินของโจทก์ไปยังที่ดินของจำเลยและเดินผ่านที่ดินของจำเลยออกสู่ถนนสาธารณประโยชน์มาเป็นเวลานานเกินกว่าสิบปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความ โจทก์จึงไม่ต้องใช้ค่าเสียหายหรือค่าทดแทนให้แก่จำเลยแต่อย่างใด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินน.ส.3 ก. ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านใต้ของที่ดิน น.ส.3 ก ของจำเลยรวม2 แปลงโดยโจทก์ได้ใช้ที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงเป็นทางเดินออกไปสู่ถนนสาธารณประโยชน์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี โจทก์จึงได้สิทธิภารจำยอมในทางเดินดังกล่าวโดยอายุความ ต่อมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2530จำเลยทำรั้วลวดหนามปิดกั้นทางเดิน เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางเดินดังกล่าวเข้าออกได้ ขอให้พิพากษาโจทก์ได้ภารจำยอมในทางเดินบนที่ดินของจำเลยทั้งสองแปลงโดยอายุความให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมให้แก่โจทก์หากไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้จำเลยรื้อรั้วลวดหนามและเปิดทาง

หากจำเลยไม่รื้อให้โจทก์เป็นผู้รื้อเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เพิ่งใช้ทางเดินมาเพียง4-5 ปี โจทก์จึงไม่ได้สิทธิภารจำยอมในทางเดินโดยอายุความ ขอให้ยกฟ้อง และหากศาลพิพากษาให้เปิดทางภารจำยอม ขอให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย และค่าทดแทนเป็นเงิน 20,000 บาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ทางภารจำยอมโดยอายุความซึ่งเป็นการได้ทางพิพาทโดยผลของกฎหมาย โจทก์ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์ได้ทางภารจำยอมโดยอายุความให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมให้แก่โจทก์หากไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยรื้อรั้วลวดหนามและเปิดทางพิพาท

หากจำเลยไม่รื้อก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ฟังได้ว่า มีสะพานเก่าข้ามลำรางสาธารณะซึ่งกั้นระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยผู้ที่อยู่ในที่ดินของโจทก์ได้ใช้สะพานนี้ข้ามจากที่ดินของโจทก์ไปยังที่ดินของจำเลยและเดินผ่านที่ดินจำเลยออกสู่ถนนสายวังทอง-เขาทราย มาเป็นเวลานานเกินกว่า 10 ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความตามกฎหมาย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายหรือค่าตอบแทนหรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์โดยอายุความแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องใช้ค่าเสียหายหรือค่าทดแทนให้แก่จำเลยแต่อย่างใดจำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องแย้งได้อย่างไรก็ตาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าถ้าจำเลยไม่รื้อรั้วลวดหนาม ให้โจทก์รื้อถอนได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนั้น ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติมาตรา 296 ทวิแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติไปตามบทบัญญัติดังกล่าวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ว่าหากจำเลยไม่รื้อรั้วลวดหนามก็ให้โจทก์เป็นผู้รื้อเองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้